MyFeed Personalized Content
บทความ
Add this post to favorites

10 กลเม็ดรับมือปัญหาลูกถ่ายบ่อย ถ่ายเหลว จากผู้เชี่ยวชาญ

ปัญหาลูกถ่ายบ่อย ถ่ายเหลว หลังกินนมแม่ อาจพบได้บ่อย แต่อาการแบบไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ และต่างกับอาการท้องเสียอย่างไร มาไขข้อข้องใจ พร้อมวิธีป้องกันและดูแลกันค่ะ

2นาที อ่าน มี.ค. 5, 2021

ตรวจทานความถูกต้องโดย ศ.พญ.วันดี วราวิทย์

หากคุณแม่กำลังกังวลว่าลูกน้อยถ่ายบ่อยถ่ายเหลว จะใช่อาการท้องเสียหรือไม่ มาไขข้อข้องใจ พร้อมวิธีป้องกันและดูแล เตรียมรับมือง่าย ๆ กับระบบขับถ่ายของลูกกันเถอะ

 

ลูกถ่ายบ่อย ถ่ายเหลว

 

ลูกถ่ายบ่อย ถ่ายเหลว เป็นเรื่องที่คุณแม่หลายท่านกังวลใจอยู่ไม่น้อย ยิ่งลูกน้อยของคุณมีอาการถ่ายเหลว แถมถ่ายบ่อยวันละหลาย ๆ รอบ คุณแม่จะเริ่มไม่แน่ใจว่าลูกแค่ถ่ายเหลว หรือว่าลูกท้องเสียกันแน่ มาไขข้อข้องใจ ทำความเข้าใจ และดูวิธีการสังเกต พร้อมวิธีการรับมือง่าย ๆ เมื่อลูกมีอาการดังกล่าวกันเลย
 

ลูกถ่ายเหลว กับ ท้องเสีย แตกต่างกันอย่างไร?

 

ลูกน้อยถ่ายบ่อย ถ่ายเหลว ลักษณะจะเหมือนซุปถั่วหรือซุปฟักทอง เป็นเมือก เป็นน้ำ หรือเป็นฟองบางครั้ง คุณแม่สามารถสบายใจได้เพราะถือว่าเป็น “ปกติ”  จะมีลักษณะอาการ คือ ลูกน้อยจะถ่ายอุจจาระออกมามีลักษณะเหลวปนน้ำ หรือถ่ายเป็นน้ำ และมักถ่ายบ่อยตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป หรือถ่ายเป็นมูกเลือดตั้งแต่ 1 ครั้งขึ้นไป ใน 1 วัน

อาการเหล่านั้นระบุได้ว่าลูกท้องเสียหรือไม่ เนื่องจากอุจจาระของเด็กตามปกติจะมีลักษณะเหลว โดยเฉพาะช่วงแรกเกิดในทารกที่ได้รับนมแม่ จะถ่ายอุจจาระเหลวหรือเนื้อนิ่ม และหลายครั้งต่อวัน เนื่องจากนมแม่นั้นมีสารช่วยระบายขี้เทาในทารกแรกเกิด อุจจาระจึงมีสีเหลืองทอง ลักษณะเหลว กากน้อย น้ำเยอะและถ่ายบ่อยได้ ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลแต่อย่างใด แต่หากอุจจาระมีมูกเลือดปน หรือเป็นสีเขียวตลอดเวลา หรือลูกน้อยขับถ่ายเป็นน้ำมากและบ่อยครั้งกว่าปกติ ให้คุณแม่เอะใจไว้เลยว่า อาจมีปัญหาท้องเสียจากการติดเชื้อ หรือแพ้อาหารในทารกที่อยู่ในครอบครัวที่มีประวัติภูมิแพ้ หรือกลุ่มเสี่ยงต่อการแพ้อาหาร ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์โดยด่วน

 

10 วิธีดูแลเบื้องต้น เมื่อลูกน้อยถ่ายบ่อย ถ่ายเหลว

 

หากลูกน้อยมีอาการถ่ายบ่อย ถ่ายเหลว แต่ยังร่าเริง รับประทานอาหาร และเล่นได้ตามปกติ คุณแม่สามารถดูแลเบื้องต้นได้ดังนี้
1. สำหรับลูกน้อยที่ทานนมแม่ สามารถทานนมแม่ต่อไปได้โดยไม่ต้องหยุด
2. ให้ลูกน้อยดื่มน้ำเกลือแร่โออาร์เอส เพื่อป้องกันการขาดน้ำ และเกลือแร่ในร่างกาย
3. งดดื่มน้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลไปก่อน เพราะอาจจะทำให้ลูกน้อยถ่ายบ่อยขึ้น
4. กรณีที่น้องอายุมากกว่า 6 เดือน และได้รับอาหารเด็กตามวัย ควรให้เลือกอาหารเสริมตามวัย ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ทั้งนี้คุณแม่ควรให้ลูกน้อยรับประทานครั้งละน้อย ๆ แต่บ่อย ๆ เพื่อให้ลำไส้ค่อย ๆ ย่อย และดูดซึมอาหารได้ทัน
5. ในกรณีของเด็กที่มีอายุมากกว่า 1 ขวบ ควรกินนมที่เคยกินครั้งละน้อยและบ่อย ควรงดดื่มนมสดไว้ก่อน หากมีอาการถ่ายเป็นน้ำมีฟองแสดงว่าย่อยน้ำตาลแลคโตสไม่ได้ อาจเลือกนมที่เหมาะกับภาวะท้องเสียให้ลูกน้อยแทน เช่น นมถั่วเหลือง หรือนมที่ไม่มีน้ำตาลแลคโตส
6. งดอาหารย่อยยาก และอาหารที่มีไขมันสูง
7. ตรวจดูว่าลูกน้อยมีไข้หรือไม่ ถ้ามีให้ใช้วิธีเช็ดตัวเพื่อลดไข้
8. คุณแม่ต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมอย่างถูกสุขอนามัย รวมทั้งรักษาความสะอาดของขวดนม และอุปกรณ์การเตรียมอาหารให้ลูกน้อยทุกครั้ง
9. ไม่ควรซื้อยาหยุดถ่ายให้ลูกน้อยกินเอง แม้ว่ายาบางชนิดจะช่วยให้อาการถ่ายบ่อยทุเลาลงไปชั่วคราว แต่ไม่สามารถรักษาการขาดน้ำได้ นอกจากนั้นเชื้อยังคงอยู่ในลำไส้และอาจรุกล้ำเข้าร่างกายมากขึ้นโดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อชิกเกลลาเป็นต้น รวมถึงยาอาจทำให้เกิดปัญหาลำไส้ไม่ทำงาน ทำให้ท้องอืด อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยมากขึ้น
10. เมื่อลูกน้อยมีอาการถ่ายเหลว และไม่ถ่ายปัสสาวะนานเกิน 6 ชั่วโมง แสดงว่าลูกมีอาการขาดน้ำควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที

 

วิธีป้องกันลูกถ่ายเหลว

 

1. คุณแม่ควรระวังเรื่องอาหารที่เตรียมให้ลูกรับประทานต้องถูกสุขลักษณะ สะอาด ปรุงสุกด้วยความร้อน เพราะสาเหตุหลักของอาการเหล่านี้เกิดจากไวรัสที่เข้าสู่ร่างกายโดยตรงจากการดื่มกิน
2. คุณแม่ต้องระวังการหยิบสิ่งของเข้าปากเองของลูกน้อย เพราะสิ่งของเหล่านั้นอาจมีเชื้อไวรัสอยู่ คุณแม่ควรทำความสะอาดสิ่งของ และของเล่นต่าง ๆ ที่ลูกจะหยิบจับบ่อย
3. หากลูกมีอายุมากกว่า 1 ขวบขึ้นไป คุณแม่ควรเสริมด้วยนมที่มี  โพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ช่วยเรื่องระบบทางเดินอาหาร และระบบขับถ่ายของลูกน้อยให้แข็งแรง ทำงานได้อย่างปกติ ให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

 

ลูกถ่ายเหลวแบบไหนควรปรึกษาแพทย์

 

ถึงแม้อาการถ่ายเหลวของลูกน้อยจะเป็นเรื่องปกติ แต่คุณแม่ห้ามวางใจ เพราะหากลูกน้อยเข้าข่าย 6 อาการนี้ ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที
1. ถ่ายอุจจาระบ่อยและมีลักษณะเหลวเป็นน้ำ ตั้งแต่ 3 ครั้งใน 1 วัน
2. ถ่ายเหลวมีมูกเลือดปนอย่างน้อย 1 ครั้ง
3. มีอาการอาเจียนบ่อย กินผงเกลือแร่โอร์อาร์เอสไม่ได้
4. มีไข้ร่วมด้วย หรือมีอาการชัก
5. หายใจหอบลึก
6. ไม่ยอมกินนมหรืออาหาร

 

ลูกถ่ายเหลวแบบไหนควรปรึกษาแพทย์

 

รู้ทันอาการเมื่อลูกถ่ายเหลวกันไปแล้ว คุณแม่มือใหม่คงคลายความกังวลไปได้บ้าง อย่างไรก็ตาม หากลูกถ่ายเหลว ถ่ายบ่อย มีมูก ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและอุจจาระให้ละเอียดจะดีกว่า ปรึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Mommy Bear Club คลับคุณแม่ คลิก http://m.me/mommybearclub
 

อ้างอิง
ท้องเสีย ดูแลอย่างไร | รพ.เด็กสินแพทย์ (synphaet.co.th)
4 อาการสำคัญของโรคท้องเสียในเด็กที่ต้องรีบมาพบแพทย์ | รพ.นครธน | NAKORNTHON HOSPITAL
เมื่อเจ้าตัวเล็กท้องเสีย จะรับมืออย่างไร - โรงพยาบาลเวชธานี (vejthani.com)