MyFeed Personalized Content
พัฒนาการลูก 0-36 เดือน
Article
Add this post to favorites

เช็กลิสต์เตรียมความพร้อม เมื่อลูกไปโรงเรียนวันแรก

เมื่อลูกถึงวัยต้องเข้าเนอร์สเซอรี่ เรามีบทความที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่คลายกังวลด้วย 4 เช็กลิสต์เลือกเนอร์สเซอรี่ให้ลูก พร้อมวิธีเตรียมความพร้อมเมื่อลูกไปโรงเรียนวันแรก

2นาที อ่าน ม.ค. 5, 2022

เขียนและตรวจทานความถูกต้องโดย อ.ปิยวรรณ วงศ์วสุ อาจารย์ประจำกลุ่มวิชาด้านอาหารและโภชนาการ 

เลือกเนอร์สเซอรี่อย่างไรให้มั่นใจว่าลูกน้อยได้รับอาหารที่ดี พบกับข้อควรรู้และการเตรียมตัวด้านอาหารอย่างไรเมื่อไปเนอร์สเซอรี่วันแรก เพื่อโภชนาการที่ดีของลูกน้อยวัยเตาะแตะ

แม้จะใจหายไปบ้างในวันที่ต้องส่งลูกน้อยเข้าเนอร์สเซอรี่ แต่กับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องกลับไปทำงานแล้ว การให้ลูกอยู่ในการดูแลของมืออาชีพก็คงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด โดยไม่ว่าลูกของคุณแม่จะอยู่ที่ไหน ก็ต้องมั่นใจว่าเค้าได้รับอาหารที่มีประโยชน์เพื่อโภชนาการที่ดีสมวัย บทความนี้เราจึงมีคำแนะนำดีๆ เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อลูกไปโรงเรียนวันแรกเกี่ยวกับข้อควรรู้ด้านโภชนาการ เมื่อส่งลูกน้อยเข้าเนอร์สเซอรี่มาฝากกันค่ะ

 

4 เช็กลิสต์เลือกเนอร์สเซอรี่อย่างไร ให้มั่นใจว่าลูกน้อยได้รับอาหารที่ดี

 

ลูกของคุณแม่ต้องรับประทานอาหารที่เนอร์สเซอรี่วันละหลายมื้อ (ทั้งมื้อหลักและมื้อว่าง) ดังนั้น ต้องแน่ใจว่าเนอร์สเซอรี่ที่กำลังสนใจอยู่นั้นมีการจัดการด้านอาหารสำหรับเด็กอย่างเหมาะสม ซึ่งหากไม่รู้จะเริ่มหาข้อมูลอย่างไรดี เรามีเช็กลิสต์ให้คุณแม่ทำตาม ดังนี้ค่ะ

• สำรวจเมนูอาหาร
ลองศึกษาตารางอาหารประจำสัปดาห์ซึ่งอาจมีประกาศอยู่บนเว็บไซต์หรือสอบถามได้จากเจ้าหน้าที่ในวันเยี่ยมชมสถานที่ จะทำให้รู้ว่าเนอร์สเซอรี่นั้นๆ ให้ความสำคัญกับโภชนาการที่ดีของเด็กมากเพียงใด โดยรายการอาหารที่ดีควรมีเมนูหมุนเวียนหลากหลายและครบ 5 หมู่ ไม่มีอาหารกลิ่นแรงหรือเสี่ยงต่อการแพ้ เลือกใช้เนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย มีผักเป็นส่วนประกอบ มีอาหารมื้อว่างเป็นผลไม้มากกว่าขนมหวานพลังงานสูง และหน้าตาอาหารน่ารับประทานส่งเสริมการเจริญอาหาร

• ศึกษานโยบายด้านโภชนาการ
เนอร์สเซอรี่แต่ละแห่งอาจมีนโยบายด้านอาหารที่แตกต่างกัน บางแห่งให้นำน้ำนมแม่ไปฝากไว้ได้ เหมาะกับคุณแม่ที่ตั้งใจให้นมแม่ไปจนอายุ 2 ขวบ บางแห่งให้ความสำคัญกับการแพ้อาหารและมีกฏด้านการนำเข้าวัตถุดิบที่เสี่ยงต่อการแพ้ของเด็ก เหมาะกับเด็กที่แพ้อาหาร และบางแห่งไม่อนุญาตให้เด็กกินขนมหวานหรือขนมขบเคี้ยว จึงควรศึกษานโยบายของเนอร์สเซอรี่แต่ละแห่งแล้วเลือกให้เหมาะกับแนวทางการเลี้ยงลูกของคุณแม่ค่ะ

• เช็กดูว่าห้องเตรียมอาหารถูกสุขลักษณะ
เมื่อไปเยี่ยมชมเนอร์สเซอรี่อย่าลืมถามถึงห้องเตรียมอาหารด้วยนะคะ ห้องเตรียมอาหารที่ดีต้องสะอาด มีอากาศถ่ายเท ปราศจากสัตว์นำโรคต่างๆ มีการแบ่งโซนเตรียมและจัดเก็บอาหาร และผู้สัมผัสอาหารแต่งกายถูกสุขลักษณะ การล้างและจัดเป็นภาชนะเป็นไปตามมาตรฐานและจัดเก็บอย่างมิดชิด เพื่อป้องกันอันตรายและสิ่งปนเปื้อนมากับอาหารของลูกน้อยค่ะ

• มั่นใจว่าวัตถุดิบที่ใช้มีคุณภาพ
ควรตรวจเช็กให้แน่ใจว่าเนอร์สเซอรี่เลือกใช้วัตถุดิบประกอบอาหารที่เหมาะสม เนื้อสัตว์มาจากแหล่งที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ใช้ผักปลอดสารพิษหรือมีวิธีการล้างที่เหมาะสม มีระบบการจัดเก็บและระบายวัตถุดิบที่มีคุณภาพ คุณแม่อาจลองสอบถามเพิ่มเติมถึงวัตถุดิบที่นำมาใช้จากเจ้าหน้าที่ดูได้ค่ะ โดยเฉพาะหากมีอาหารที่ลูกแพ้ ควรถามถึงวิธีการจัดเก็บและคัดแยกอาหารชนิดนั้นๆ ของทางเนอร์สเซอรี่ด้วย
 

ลูกไปโรงเรียนวันแรก เช็กลิสต์เรื่องอาหารที่ไม่ควรพลาด

 

• แจ้งข้อควรระวังด้านอาหารและยา
หากลูกน้อยมีรายการอาหารที่แพ้ เช่น ถั่ว ไข่ นม นมวัว กลูเตน เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่จะต้องแจ้งให้ผู้ดูแลน้องทราบ เพื่อการจัดรายการอาหารที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการสัมผัสอาหารที่นำไปสู่การแพ้โดยไม่ได้ตั้งใจ นอกจากนั้นหากลูกน้อยมียาประจำตัวที่ต้องฝากไว้ให้รับประทาน ต้องแปะชื่อและคำอธิบายให้ชัดเจนเสมอ

 

เช็กลิสต์เรื่องอาหารที่ไม่ควรพลาด

 

• เลือกนมสำหรับเด็กที่เหมาะสม
เนอร์สเซอรี่ส่วนใหญ่จะให้ผู้ปกครองเตรียมนมสำหรับดื่มระหว่างวันมาฝากไว้ให้ผู้ดูแลเตรียมให้น้องดื่มระหว่างวัน ซึ่งอาจเป็นนมแม่ นมผง หรือนมกล่องก็ได้ โดยเรามีคำแนะนำในการเลือกนมประเภทต่างๆ ดังนี้ค่ะ

นมแม่ : หากคุณแม่ยังมีนมที่ปั๊มเก็บไว้ ลองปรึกษาเนอร์สเซอรี่ว่าสามารถนำไปให้น้องดื่มระหว่างวันได้ไหม หากทำได้ ให้คุณแม่นำน้ำนมบรรจุขวดนมหรือใส่ถุงเก็บน้ำนมแช่แข็งไปฝากไว้ โดยเขียนชื่อให้ชัดเจนและระมัดระวังเรื่องการรักษาอุณหภูมิขณะเดินทาง เช่น ใส่กระติกน้ำแข็ง หรือ กระเป๋าเก็บความเย็น เป็นต้น

นมผง : สำหรับเด็กที่แพ้นมวัว ไม่สามารถให้ดื่มนมแม่ได้ เนื่องจากมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์บางอย่าง หรืออายุยังไม่ถึง1 ปีที่สามารถจะให้นมกล่องได้ เนอร์สเซอรี่หลายแห่งก็อนุญาตให้คุณแม่นำนมผงที่น้องทานประจำไปฝากเป็นกระป๋องได้ ซึ่งนมผงแต่ละสูตรจะมีความแตกต่างกันตามช่วงวัย เช่น นมผงสูตร 2 สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 3 ปี นมผงสูตร 3 สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป หรือนมสูตรเฉพาะตามแพทย์สั่งหากลูกมีอาการแพ้นมวัว เนื่องจากนมแต่ละสูตรจะมีการดัดแปลงสารอาหารให้เหมาะกับช่วงอายุหรืออาการเฉพาะของเด็กกลุ่มนั้นๆ (สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในความแตกต่างของ นมผง นมเด็ก แต่ละสูตรต่างกันอย่างไร)

นมกล่อง UHT : นับเป็นทางเลือกที่สะดวกที่สุดหากมีข้อจำกัดด้านการให้นมแม่และน้องมีอายุครบ 1 ปีแล้ว โดยคุณแม่สามารถเลือกได้ทั้งนมกล่องธรรมดาทั่วไป หรือ นมกล่องสูตรสำหรับเด็ก (สูตร 3 สำหรับเด็กวัย 1-3 ปี) ซึ่งหากเป็นนมสูตรสำหรับเด็กตามวัยโดยเฉพาะจะมีการเติมวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารอื่นที่มีประโยชน์ต่อลูกน้อยในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิตเพิ่มเข้าไปด้วย ตัวอย่างของสารอาหารที่เติมเข้าไปและคุณแม่อาจคุ้นหู ได้แก่ โอเมก้า 3 ดีเอชเอ ธาตุเหล็ก กรดโฟลิก วิตามินดี วิตามินซี แคลเซียม และโพรไบโอติกส์ เป็นต้น ทั้งนี้การเลือกนมกล่อง UHT ให้ลูกน้อยควรเลือกเป็นนมรสจืด เพื่อไม่ให้เด็กติดรสหวานและได้น้ำตาลส่วนเกินค่ะ (สามารถศึกษาเรื่องการเลือกนมกล่อง UHTได้ใน 7 วิธีเลือกนมกล่อง UHT สำหรับเด็ก 1 ปีให้ลูกน้อย)
 

• ขนมทานเล่น (หากได้รับอนุญาต)
เนอร์สเซอรี่บางแห่งอาจอนุญาตให้นำอาหารไปฝากไว้กับผู้ดูแลเพิ่มเติมได้ คุณแม่ควรเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น ซีเรียลบาร์ โยเกิร์ตรสจืด หรือผลไม้ หลีกเลี่ยงขนมหวานหรือขนมกรุบกรอบ เช่น เวเฟอร์ ช็อคโกแลต ลูกกวาด ขนมเบเกอรี่ และระมัดระวังการนำอาหารที่มีส่วนผสมก่อให้เกิดการแพ้เข้าไปในเนอร์สเซอรี่ เนื่องจากอาจมีเด็กที่แพ้อาหารอยู่ร่วมกับลูกของคุณแม่ และไม่ใส่อาหารไว้ในกระเป๋าเป้ของลูกเองโดยไม่แจ้งผู้ดูแล เนื่องจากอาจเกิดการบูดเสียหรือมดขึ้นได้

แล้วอย่าลืมของอื่นๆ ที่ทางเนอร์สเซอรี่อาจขอให้เตรียมไปด้วยในวันแรก เช่น ชุดลำลอง ผ้าอ้อม สบู่ แปรงสีฟัน กระติกน้ำ โดยติดป้ายชื่อให้ชัดเจน ป้องกันการสูญหายหรือสลับของใช้กันระหว่างเด็กๆ นอกจากนั้นคอยดูแลสุขภาพของลูกน้อยให้แข็งแรง หมั่นสังเกตอาการเจ็บป่วยที่อาจติดมาจากเพื่อนร่วมห้อง เพราะการที่เด็กอยู่รวมกันมักมีโอกาสติดโรคจากกันได้บ่อยกว่าตอนเลี้ยงเองที่บ้าน และที่สำคัญคอยเป็นกำลังใจให้ลูกน้อยในการปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ เพื่อนใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ เพื่อให้เค้าค่อยๆ เติบโตและรู้จักโลกกว้างต่อไปค่ะ


หากคุณแม่มีคำถามเรื่องโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยเพิ่มเติม สามารถปรึกษาทีมพยาบาล และผู้เชียวชาญได้ที่ Mommy Bear Club ได้ทุกวัน 24 ชั่วโมง เพียงสมัครสมาชิกฟรีที่ https://www.nestlemomandme.in.th/profile/register


Mommy Bear Club พร้อมให้การดูแลคุณแม่สมาชิกทุกท่าน สามารถติดต่อโทรหาเราได้ที่ 1162 กด 3
หรือ แชทกับเราผ่านทางเฟซบุ๊ค ได้ที่ Facebook Messenger: Mommy Bear Club http://m.me/mommybearclub


เอกสารอ้างอิง
1. Division of Nutrition, Physical Activity, and Obesity, National Center for Chronic Disease Prevention and Health Promotion. (2021). Cow’s Milk and Milk Alternatives. Retrieved from https://www.cdc.gov/nutrition/infantandtoddlernutrition/foods-and-drinks/cows-milk-and-milk-alternatives.html
2. Mary L. Gavin. (2021). Snacks for Toddlers. Retrieved from https://kidshealth.org/en/parents/toddler-snacks.html
3. Young children and food: common questions. (2019). Young children and food: common questions. Retrieved from https://www.nhs.uk/conditions/baby/weaning-and-feeding/young-children-and-food-common-questions/
4. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2549). คู่มือพ่อแม่ เลือกสถานรับเลี้ยงเด็กอย่างไร ลูกรักปลอดภัยและพัฒนาการดี. สืบค้นจาก http://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER17/DRAWER002/GENERAL/DATA0000/00000184.PDF
5. อรุณรัศมี บุนนาค. (2553).อาหารวัยเตาะแตะ (1-3 ปี). สืบค้นจาก https://ns.mahidol.ac.th/english/th/departments/PN/TH/article/