Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X
mother feeding breast

วิธีเก็บน้ำนมแม่ เพื่อรักษาคุณค่าของนมแม่

 

เคล็ดลับน่ารู้สำหรับคุณแม่ที่ต้องกลับไปทำงาน หรือลูกกินนมแม่ไม่ทัน ด้วยวิธีเก็บน้ำนมแม่อย่างถูกวิธี เพื่อช่วยยืดอายุการเก็บนมแม่และรักษาคุณค่าสารอาหาร รวมถึงเทคนิคช่วยให้ทารกปรับตัวสำหรับการดูดนมแม่จากขวดและยังดูดนมจากเต้าได้ เพราะการให้ลูกกินนมแม่จากขวดเป็นอีกทางเลือกสำหรับคุณแม่ที่ต้องกลับไปทำงาน ให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วนจากน้ำนมแม่ที่ปั๊มเก็บไว้ เพราะนมแม่มีสารอาหารที่มีประโยชน์มากกว่า 200 ชนิดรวมทั้ง โอเมก้า ดีเอชเอ และ จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ LPR ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของสมอง ระบบทางเดินอาหาร และระบบภูมิคุ้มกันของทารก 

วันพุธ, พฤศจิกายน 9th, 2016


วิธีเก็บน้ำนมแม่

สามารถเก็บน้ำนมแม่ให้ถูกวิธี หลังจากปั้มออกมา ซึ่งคุณแม่สามารถเก็บน้ำนมแม่ในภาชนะต่างๆ ดังนี้

  • ขวดพลาสติกที่ปลอดภัยจากสาร BPA
  • ขวดแก้ว
  • ถุงเก็บนมแม่

ต้องแน่ใจว่าใช้ถุงหรือขวดที่ทำขึ้นสำหรับเก็บน้ำนมแม่โดยเฉพาะ ซึ่งขวดแบบใช้แล้วทิ้ง หรือถุงพลาสติกทั่วไปที่ไม่ได้เป็นชนิด Food grade ไม่เหมาะสำหรับใช้เก็บนมแม่
 

ทริคดีๆในการเก็บน้ำนมแม่ : อย่าลืมเขียนรายละเอียดไว้ด้วย

-เขียนวันที่และเวลาที่ปั้มนม
-เขียนชื่อลูกน้อยของคุณไว้บนภาชนะบรรจุด้วย ถ้าคุณแม่ต้องนำนมไปที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก
 

วิธีการเก็บน้ำนมแม่ในตู้แช่เย็น ทำอย่างไรให้ปลอดภัยต่อลูกน้อย

หากคุณแม่ต้องการสต็อกนมแม่ไว้ใช้ภายหลัง ควรจัดเก็บรักษานมแม่อย่างปลอดภัย ซึ่งทำได้หลายวิธีด้วยกันตามคำแนะนำของรพ.บำรุงราษฏร์ดังนี้

  • การเก็บนมแม่ในอุณหภูมิห้อง (27-32 องศาเซลเซียส) เก็บได้นาน 3-4 ชั่วโมง
  • การเก็บนมแม่ในอุณหภูมิห้อง (16-26 องศาเซลเซียส) เก็บได้นาน 4-8 ชั่วโมง
  • การเก็บนมแม่ในกระติกน้ำแข็งที่มีน้ำแข็งตลอดเวลา (15 องศาเซลเซียส) เก็บได้นาน 24 ชั่วโมง
  • การเก็บนมแม่ในตู้เย็นช่องธรรมดา (0-4 องศาเซลเซียส) เก็บได้นาน 3-5 วัน และควรเก็บไว้ด้านในสุดของตู้เย็น
  • การเก็บนมแม่ในช่องแช่แข็ง ตู้เย็นแบบประตูเดียว (-15 องศาเซลเซียส) เก็บได้นาน 2 สัปดาห์
  • การเก็บนมแม่ในช่องแช่แข็ง ตู้เย็นแบบประตูแยก (-18 องศาเซลเซียส) เก็บได้นาน 3-6 เดือน
  • การเก็บนมแม่ในช่องแช่แข็งเย็นจัด ตู้เย็นชนิดพิเศษ (-20 องศาเซลเซียส) เก็บได้นาน 6-12 เดือน
  • ไม่ควรเก็บน้ำนมไว้ที่ประตูตู้เย็น

mom and me

 

วิธีการนำนมแม่มาใช้หลังแช่เย็นที่ถูกต้องและปลอดภัย

ก่อนการนำมาใช้ทุกครั้ง ควรตรวจสอบวันที่บนภาชนะบรรจุ โดยให้ใช้นมที่เก่าที่สุดก่อน ซึ่งข้อมูลจากรพ.บำรุงราษฏร์1 ได้ให้คำแนะนำไว้ดังนี้

  1. เมื่อต้องการนำนมแม่ที่แช่แข็งมาใช้ ให้นำลงมาแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาล่วงหน้า 1 คืน (12 ชั่วโมง) และสามารถเก็บได้ 24 ชั่วโมง ไม่ควรนำนมแม่ที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งอีก
  2. น้ำนมที่เหลือจากการป้อนลูก หากต้องการเก็บไว้ป้อนลูกอีก แนะนำให้ใช้ภายใน 1-2 ชั่วโมง
  3. ในกรณีต้องการอุ่นนมแม่ ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟหรือใช้น้ำร้อนจัด แต่ควรแช่ในน้ำอุ่นเพื่อไม่ให้คุณค่าของน้ำนมเสียไป


3 ข้อควรรู้การเก็บน้ำนมแม่และการนำนมแม่ให้ลูกกิน1

  • เพื่อให้การเก็บน้ำนมเป็นไปตามมาตรฐาน ควรมีเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิตู้เย็น
  • ตู้เย็นที่ใช้เก็บรักษาน้ำนมแม่ ควรแยกจากการเก็บอาหารอื่นๆ
  • ลักษณะของน้ำนมแม่ที่ไม่ควรนำมาใช้ คือ มีลักษณะคล้ายกับนมที่บูดเสียทั่วไป เช่น ชิมแล้วมีรสเปรี้ยว มีกลิ่นบูด และลักษณะเหนียวเป็นยาง
     

รู้หรือไม่? แม่ทำงานก็เก็บน้ำนมแม่ให้ลูกได้ ด้วย 10 วิธีให้ลูกเปลี่ยนจากการดูดเต้ามาดูดนมแม่จากขวดนม


1. ใช้จุกนมที่ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับการดูดนมแม่

จุกนมบางประเภทมีรูปร่างและอัตราการไหลของนมที่คล้ายกับการดูดจากเต้านมคุณแม่ จุกนมแบบนี้ยังช่วยให้ลูกขยับปากตอนดูดนมในแบบเดียวกันกับตอนที่ลูกดูดนมจากเต้าของคุณแม่ ควรเลือกใช้จุกนมซิลิโคนที่นุ่ม มีฐานกว้างและมีอัตราการไหลที่ช้า


2. ให้ดูดนมแม่ก่อน

ให้ลูกดูดนมแม่ก่อน โดยใช้เวลาดูดนมประมาณครึ่งหนึ่งของเวลาที่ลูกเคยใช้ แล้วค่อยให้ลูกดูดนมจากขวดที่มีน้ำนมแม่อีก 1-2 ออนซ์ การทำแบบนี้จะช่วยให้ลูกสามารถปรับตัวได้ดีขึ้นเมื่อต้องดูดนมจากขวด ถ้าลูกยังคงหิวหลังดูดนมจากขวดหมดแล้ว ให้ลูกดูดนมจากเต้าคุณแม่ต่อไปจนอิ่ม โดยคุณแม่สามารถศึกษาวิธีนำลูกเข้าเต้าอย่างถูกวิธีได้ที่นี่


3. ให้ลูกดูดนมจากขวดแทนการดูดนมแม่ 1 มื้อ

ถ้าคุณแม่ต้องการให้ลูกดูดนมจากขวดนมแทนการดูดนมแม่มากกว่าวันละหนึ่งครั้ง ให้คุณแม่เริ่มโดยการให้ลูกดูดนมจากขวดแทนเพียงแค่มื้อเดียวก่อน หลังจากนั้นอีก 3-5 วันจึงค่อยเพิ่มจำนวนมื้อ การทำแบบนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เต้านมของคุณแม่เกิดอาการคัด นอกจากนี้ถ้าคุณแม่ไม่ได้ให้ลูกดูดนมบ้าง ก็จะยิ่งทำให้ร่างกายสร้างน้ำนมน้อยลง


4. อุ่นนมในขวดด้วยน้ำอุ่น

การอุ่นน้ำนมแม่ที่ปั๊มออกมาอยู่ในขวดนมจะช่วยให้น้ำนมแม่ที่เก็บไว้อุ่นคล้ายกันกับที่ลูกรู้สึกตอนดูดนมจากเต้าของคุณแม่ อย่าอุ่นน้ำนมให้ร้อนกว่าอุณหภูมิร่างกาย ห้ามอุ่นด้วยเตาไมโครเวฟเด็ดขาด และให้ทดสอบอุณหภูมิของน้ำนมทุกครั้งก่อนให้ลูก


5. ควบคุมอัตราการไหลของน้ำนม

อุ้มทารกให้อยู่ในท่าใกล้เคียงกับท่าปกติเวลาให้นม ถือขวดนมให้อยู่ในแนวนอนเกือบขนานกับพื้น ไม่ให้ขวดนมอยู่ในแนวตั้งหรืออยู่ในแนวนอนมากจนเกินไป ยกก้นขวดขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้มีน้ำนมอยู่ท่วมจุกนม เพื่อลูกจะได้ดูดแต่น้ำนม ไม่ดูดอากาศเข้าไป ก่อนเริ่มให้นมให้เอาจุกนมสัมผัสกับแก้มลูกเบาๆ ซึ่งลูกจะหันหน้ามาทางคุณพร้อมกับอ้าปากงับเพื่อดูดนม


6. ให้คนอื่นได้ลองป้อนนมลูกบ้าง

เด็กทารกบางคนดูดนมจากขวดง่ายขึ้นเมื่อให้คนอื่นที่ไม่ใช่แม่ของเด็กป้อน คนที่ป้อนนมควรอยู่กับเด็กตลอดเวลาเพื่อให้เด็กได้รับสัมผัสที่ใกล้ชิดเหมือนกับเวลาที่ดูดนมแม่


7. ถือขวดนมให้ลูกตลอดเวลา

ถือขวดนมให้ลูกตลอดเวลา อย่าหาอะไรมารองขวดนมบนอกลูก เพราะอาจไปรบกวนการกลืนของลูก และยังไปขัดจังหวะเวลาสำคัญที่ลูกจะมีปฏิสัมพันธ์ทางกายซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการให้นม


8. พักไล่ลมให้ลูก

หยุดพักเพื่อไล่ลมให้ลูกทุกครั้งหลังจากลูกกินนมได้ 30-45 ซีซี หรือเมื่อลูกผลักขวดนมออก หรือหันหน้าหนีจากขวดนม ถ้าเห็นว่าลูกผลักขวดนมออกตลอด ลูกอาจกำลังบอกคุณแม่ว่าอิ่มแล้ว หรือต้องการให้คุณแม่หยุดให้นม การไล่ลมให้ลูกบ่อยๆ จะช่วยลดโอกาสที่ลูกจะแหวะนม หรือร้องงอแงเนื่องจากท้องอืด


9. ท่าไล่ลมให้ลูก

คุณแม่สามารถป้องกันอาการทารกท้องอืด ด้วยท่าไล่ลมให้ลูกหลังจากให้นมแม่ได้โดย

  1. ท่าอุ้มนั่งตัก: ให้ลูกนั่งบนตักของคุณแม่ ใช้มือข้างหนึ่งช่วยพยุงศีรษะและหน้าอกของลูกไว้ โน้มตัวลูกมาข้างหน้าเล็กน้อย แล้วใช้มืออีกข้างลูบหรือตบหลังลูกเบาๆ
  2. ท่าอุ้มพาดบ่า: ให้คุณแม่อุ้มลูกพาดบ่าโดยให้คางอยู่บนไหล่ของคุณแม่ หันหน้าลูกไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อการหายใจที่สะดวก แขนข้างหนึ่งประคองสะโพกลูกไว้ แล้วใช้มืออีกข้างลูบหรือตบหลังลูกเบาๆ
  3. ท่าอุ้มลูกวางพาดบนตัก: ให้ลูกนอนคว่ำบนตักของคุณแม่ ให้ช่วงหน้าอกอยู่บนหน้าขาคุณแม่พอดี ใช้มือข้างหนึ่งช่วยประคองช่วงไหล่ของลูก แล้วใช้มืออีกข้างลูบหรือตบหลังลูกเบาๆ


4 เคล็ดลับสำคัญเวลาให้ลูกกินนมแม่จากขวด

  • นั่งให้สบาย วางลูกลงบนตักของคุณ สอดหมอนไว้ใต้ข้อศอกของคุณแม่ หรือวางหมอนลงบนพนักของเก้าอี้
  • เปลี่ยนข้างบ้าง แม้แต่เด็กทารกที่ตัวเล็กที่สุดก็จะทำให้คุณแม่รู้สึกหนักมากขึ้นเมื่อต้องอุ้มไว้นานๆ
  • พูดคุยและสัมผัสลูก ในขณะที่ป้อนนมลูก ให้พูดคุยกับลูกอย่างอ่อนโยน สัมผัส และสบตากับลูก
  • มีความอดทน ถ้าลูกต่อต้านการดูดนมจากขวด ให้เปลี่ยนไปให้ลูกดูดนมจากเต้าก่อนที่คุณแม่จะรู้สึกหงุดหงิด แล้วค่อยลองให้ลูกดูดนมจากขวดอีกครั้งในการป้อนนมครั้งต่อไป เมื่อเวลาผ่านไป คุณแม่จะสามารถให้ลูกดูดนมจากเต้า หรือว่าให้ดูดนมจากขวดก็ได้โดยไม่มีปัญหา


หากคุณแม่มีคำถามเรื่องโภชนาการและสุขภาพลูกน้อยเพิ่มเติม สามารถปรึกษาทีมพยาบาล และผู้เชียวชาญได้ที่ Mommy Bear Club ได้ทุกวัน 24 ชั่วโมง เพียงสมัครสมาชิกฟรีที่ https://www.nestlemomandme.in.th/user/register


Mommy Bear Club พร้อมให้การดูแลคุณแม่สมาชิกทุกท่าน สามารถติดต่อโทรหาเราได้ที่ 1162 กด 3
หรือ แชทกับเราผ่านทางเฟซบุ๊ค ได้ที่ Facebook Messenger: Mommy Bear Club http://m.me/mommybearclub


เอกสารอ้างอิง
คำแนะนำวิธีการเก็บน้ำนมแม่ คลินิกนมแม่ | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (bumrungrad.com)
นมแม่ ทุนสมองของลูกรัก | โรงพยาบาลเปาโล - Paolo Hospital
คู่มือการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (samitivejhospitals.com)

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับแม่หมี

คลับที่รวบรวม ข้อมูลโภชนาการ พัฒนาการ การดูแลลูกน้อย ตลอด 1,000 วันแรก

  • ข้อมูลโภชนาการ mommy bear clubรับข้อมูลโภชนาการ พัฒนาการ การดูแลลูกน้อย​
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ mommy bear clubปรึกษาพูดคุยกับทีมพยาบาล ผู้เชี่ยวชาญ ฟรี 24 ชม.​
  • สิทธิประโยชน์ mommy bear club สาระน่ารู้ และสิทธิประโยชน์ ส่งตรงผ่านไลน์

สมัครคลับแม่หมี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง