Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X
Mom and Baby

รู้ทันผื่นในเด็ก อาการแพ้เล็กๆ ที่คุณแม่ป้องกันได้

 

รู้ทันลูกมีผื่นแดงตามตัว อาการแพ้เล็กๆ ที่คุณแม่ป้องกันได้
ผดผื่นแดงบนหน้าทารก หรือผื่นที่คอทารก หรือในเด็กเล็ก เป็นอาการแพ้ที่มักเกิดขึ้นกับเด็กทารก มีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม อาหาร หรือ สารก่อภูมิแพ้ต่างๆ มาเรียนรู้ผื่นในเด็ก คุณแม่รู้ทัน ป้องกันได้

อังคาร, มีนาคม 13th, 2018

“ลูกคันยุกยิกๆ เกาไม่หยุด จนลูกเป็นผื่นแดงทั้งตัว ทำไมกันนะ?”

บ้านไหนที่มีลูกมีผื่นแดงตามตัวมามุงกันทางนี้เลยค่ะ หากพูดถึงผื่นในเด็ก จัดว่าเป็นปัญหาของคุณแม่ในอันดับต้นๆ เพราะเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กมีอาการคันไม่สบายตัว ยิ่งคันยิ่งเกา ยิ่งเกาก็ยิ่งคัน จนมีผดผื่น ตุ่มใสขึ้นตามบริเวณแก้ม คอ ข้อพับแขนขา ข้อมือ คนเป็นแม่อย่างเราเห็นแล้วก็คงเป็นห่วง และกังวลใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งในเด็กทารกที่ความสามารถในการปกป้องผิวหนังตามธรรมชาติยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ผิวไวต่อมลภาวะภายนอก และมีแนวโน้มที่จะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ก็มักจะมีอาการผื่นแดงบนหน้าทารก หรือผื่นที่คอทารก แม้จะดูเหมือนเป็นอาการเล็กน้อย ไม่ร้ายแรง แต่คุณแม่ไม่ควรมองข้ามนะคะ เพราะอาการผื่นในเด็ก อาจส่งผลต่อพัฒนาการของลูกในระยะยาวได้

ผื่นในเด็ก

สาเหตุของผื่นแดงในเด็ก อาการเล็กๆ ที่ส่งผลต่อพัฒนาการ

โดยทั่วไปผื่นในเด็ก หรือผื่นแพ้ในทารก มักมีลักษณะสีแดง แห้ง นูน หยาบ ตุ่มนูน ตุ่มใส เป็นผื่นคันบนผิวของทารก บริเวณที่พบบ่อย คือ รอยพับบริเวณข้อมือ ข้อพับแขนขา และข้อเท้า เมื่อผื่นนี้มีความชื้น เกิดอาการคัน และถ้าลูกเกา อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ผิวหนังอักเสบแทรกซ้อนตามมา เนื่องจากผื่นในเด็ก หรือผื่นแพ้ในทารก สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านพันธุกรรม ที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ เช่น หอบหืด โรคแพ้อากาศ ผื่นภูมิแพ้ทางผิวหนัง หรือปัจจัยอื่นที่พบบ่อยมักเกิดจาก
• การแพ้อาหาร เช่น โปรตีนจากนม ไข่ ถั่ว แป้งสาลี
• การแพ้สารก่อภูมิแพ้ต่างๆ จากสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น พรม และละอองเกสร
• การแพ้สารซาลิไซเลตในผลไม้และผัก และวัตถุเจือปนในอาหาร เช่น สารแต่งรสในอาหารแปรรูป
• การแพ้สารที่มีกลิ่น เช่น น้ำหอม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
• อาการอาจรุนแรงขึ้น เมื่อสวมเสื้อผ้าที่มีเนื้อหยาบ เสื้อผ้าที่คับ การสัมผัสกับทราย อากาศที่แห้ง และฝุ่นละออง โดยเฉพาะฝุ่นจิ๋ว

ซึ่งผื่นในเด็ก หรือผื่นแพ้ในทารก อาจส่งผลต่อพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย และอารมณ์ของลูกได้ หากลูกมีผื่นแดงตามตัว มีผดผื่นแดงบนหน้า หรือผื่นที่คอ คันยุกยิกๆ เกาไม่หยุดตลอดเวลา ทำให้ลูกไม่มีสมาธิในการเรียนรู้ หรือแก้มลูกเป็นผื่นแดง ก็อาจทำให้ลูกไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างมั่นใจ ยิ่งไปกว่านั้นอาการคันอาจทำให้ลูกมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย และขี้รำคาญอีกด้วย เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรเอาใจใส่ดูแลผิวที่บอบบางของลูกในทุกๆ ส่วน เพื่อให้ลูกรักห่างไกลจากผื่นคันเหล่านี้

ประเภทของผื่นที่พบได้บ่อยในเด็ก

ผื่น" บนผิวหนัง เป็นปัญหาที่พบบ่อยในเด็ก โดยเฉพาะในเด็กเล็ก เนื่องจากเด็กเล็กยังไม่สามารถรักษาความสะอาดของผิวหนัง และผิวหนังของเด็กมีความบอบบาง ซึ่งง่ายต่อการเกิดอาการแพ้เมื่อสัมผัสกับสารเคมีและวัสดุอื่นๆ รวมทั้งแมลงกัดต่อย โดยทั่วไป ผื่นที่ผิวหนังมักมีลักษณะเป็นผื่นราบ ตุ่มนูน ตุ่มใส หรือผื่นลมพิษ หากผื่นที่มีอาการคันและเด็กเกา อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนตามมา ทำให้ผื่นมีลักษณะเป็นตุ่มหนองที่เรียกว่า "พุพอง" หรือเกิดเป็นฝีหนองได้ สาเหตุของผื่นที่ผิวหนังในเด็ก ส่วนใหญ่มาจากการแพ้ มีชื่อเรียกต่างๆ กัน ตามสาเหตุและบริเวณที่เป็นผื่น เช่น ผื่นแพ้ผ้าอ้อม ผื่นแพ้ยา ผดผื่นคันจากอากาศร้อน ผื่นยุงกัดมดกัด ผื่นพุพอง ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรืออาจเกิดอาการจากโรคไข้ออกผื่นได้ ผื่นคันในเด็กมีหลากหลายชนิด ได้แก่

1. ผดผื่นที่เกิดจากต่อมเหงื่อ

เนื่องจากต่อมเหงื่อของเด็กเล็กยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ จึงเกิดการอุดตัน กลายเป็นผดผื่นได้ง่าย ซึ่งได้แก่ ผดใส ผดแดง และผดลึก ที่มักเกิดในฤดูร้อน ผดแต่ละชนิดจะขึ้นอยู่กับ ความลึกของการอุดตันของต่อมเหงื่อที่ชั้นผิวหนัง ถ้าอุดตันที่ผิวหนังตื้น ก็จะเห็นเป็นผดใส ถ้าอุดตันที่ผิวหนังระดับกลางก็จะเห็นเป็นผดแดง และถ้าอุดตันที่ผิวหนังระดับล่าง ก็จะเป็นผดสีขุ่น

2. ผื่นที่เกิดจากการอักเสบของผิวหนังบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก

โดยเฉพาะทารกอายุ 2 สัปดาห์ขึ้นไป เนื่องจากต่อมไขมันมีการทำงานมากจากฮอร์โมนของมารดาที่ส่งผ่านมายังทารกในครรภ์ บริเวณใบหน้าร่วมกับเชื้อยีสต์บางชนิดบนผิวหนังทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบ แก้ม ตามซอกข้อพับ ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ หน้าอก และแผ่นหลังช่วงบน โดยเฉพาะที่ ศีรษะ บริเวณคิ้ว ใบหู หลังหู จะมีต่อมไขมันมากกว่าส่วนอื่น ทำให้เห็นคราบไขมันเหลืองหนา แห้งเป็นเกร็ดติดอยู่ และจะผลิตออกมาเรื่อย ๆ ของเก่าแห้งไป ของใหม่มาอีก แต่จะไม่ค่อยมีอาการคัน ทารกจึงไม่หงุดหงิด

3. ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

สาเหตุเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน พันธุกรรมจากคุณพ่อหรือคุณแม่เป็นภูมิแพ้ ทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคนี้มากกว่าและไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าเด็กทั่วไป หากเด็กเล็กมีพันธุกรรมผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมา ผิวหนังก็จะไวและแพ้ได้ ง่ายต่อสารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคือ พ่อแม่มักอาบน้ำอุ่นมากให้ลูก จึงทำให้ผิวแห้งและคันได้ หรืออาจเกิดจากการแพ้อาหาร หรือแม้แต่เหงื่อของตัวเอง จึงทำให้เกิดผื่นขึ้นมา

4. ผื่นแพ้ผ้าอ้อม

การปล่อยให้ผิวหนังของเด็กเล็กที่บอบบางเปียกชื้น หรือหมักหมมเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้เด็กเป็นผื่นผ้าอ้อม ลักษณะผื่นแดง คัน แสบ เริ่มจากบริเวณขาหนีบและลามไปถึงอวัยวะเพศและก้น โดยเฉพาะปลายอวัยวะเพศชายและลูกอัณฑะ เกิดความระคายเคืองจากการสัมผัสกับอุจจาระและปัสสาวะอยู่เป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดการก็จะอักเสบของผิวบริเวณนั้นได้ง่าย ลามเป็นจุดแดงเม็ดเล็กๆ และอาจจนทำให้มีการติดเชื้อราร่วมด้วย ดังนั้นจึงควรรีบเปลี่ยนผ้าอ้อม ล้างทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งก่อนใส่ผื่นใหม่

5. ผื่นลมพิษ

จะมีลักษณะเป็นผื่นบวมแดง มีขอบนูนชัดเจน จะเป็นๆ หายๆ มีอาการคันมาก ยิ่งถ้าลูกเกาก็จะยิ่งกระตุ้นให้มีผื่นมากขึ้นและคันมากขึ้น สาเหตุของ ลมพิษ นั้นเกิดจากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจากการแพ้อาหาร แพ้ยา หรือจากการติดเชื้อก็ได้ บางครั้งก็ไม่ทราบสาเหตุก็ได้

วิธีดูแลเบื้องต้น กรณีมีอาการคันมาก โดยเฉพาะผื่นลมพิษ สามารถทานยาแก้แพ้ได้ หากทราบหรือคาดเดาถึงสาเหตุการแพ้ได้ ควรหลีกเลี่ยงสาเหตุเหล่านั้น กรณีผื่นที่ผิวหนังไม่หายหรือไม่ดีขึ้นภายใน 1 วัน ผื่นลมพิษที่มีอาการบวม หรือมีอาการหายใจลำบากร่วมด้วย หรือเป็นโรคลมพิษชนิดเรื้อรัง ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางโดยทันที นอกจากนี้ควรดูแลรักษาความสะอาดของผิวเด็กเล็กและเสื้อผ้าเครื่องใช้ เพราะอาจทำให้เกิดการอับชื้น หลีกเลี่ยงการอยู่บริเวณยุงชุมและระวังแมลงกัดต่อย หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้อักเสบหากไม่จำเป็น บันทึกชื่อยาที่เด็กแพ้ และแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยที่เป็นไข้ออกผื่น

ผื่นในเด็ก

วิธีดูแลลูกน้อยให้ห่างไกลจากผื่นในเด็ก

การดูผิวพรรณของลูกน้อยเป็นเรื่องที่สำคัญและละเอียดอ่อนมากๆ เพราะหากลูกเป็นผื่นเพียงนิดเดียวก็อาจลุกลามกลายเป็นผิวหนังอักเสบติดเชื้อได้ คุณแม่จึงต้องดูแลเขาด้วยความอ่อนโยนที่สุดด้วยวิธีดังนี้
• ให้ลูกสวมใส่เสื้อผ้าเบาสบายที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ
• ซักผ้าปูที่นอนและเสื้อผ้าในน้ำยาซักผ้าที่ปราศจากสารเคมีและน้ำหอม และล้างออกด้วยน้ำจนสะอาด ไม่ควรใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม
• หลีกเลี่ยงการอาบน้ำที่อุ่นจนเกินไป ใช้ครีมอาบน้ำหรือสบู่อ่อนที่ไม่มีน้ำหอมในตอนเย็นครั้งเดียว หันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติหรือใช้แค่น้ำในการทำความสะอาดร่างกายลูกน้อยในตอนเช้า
• ปกป้องผิวของลูกน้อยโดยการทาโลชั่นทาผิวสูตรเฉพาะสำหรับเด็ก ชนิดปราศจากน้ำหอม หลังอาบน้ำแล้วซับตัวให้หมาดๆภายใน 3 นาทีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
• ควรวางผ้าปูเมื่อให้ลูกน้อยเล่นบนพื้นหรือพื้นดิน และหลีกเลี่ยงการวางลูกไว้บนพรม หญ้าหรือทรายโดยตรง
• ให้ลูกดื่มนมแม่ให้นานที่สุด

ที่สำคัญคุณแม่ต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่มากระตุ้นให้ลูกมีผื่นแดงตามตัว มีผดผื่นแดงบนหน้าทารก หรือผื่นที่คอทารกรวมทั้งฝุ่นจิ๋วด้วย สำหรับเรื่องอาหารก็ควรทานอาหารตามวัยตามขั้นตอน เพื่อจะได้สังเกตได้ว่าลูกมีผื่นหลังทานอาหารตัวใหม่ตัวไหน ซึ่งผื่นจากการแพ้อาหารในเด็กส่วนใหญ่มักเกิดจากการแพ้โปรตีนนมวัว ไข่โดยเฉพาะไข่ขาว พบได้บ่อยในเด็กวัยทารก เพราะระบบภูมิคุ้มกันของลูกยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ จึงแสดงอาการแพ้ออกมาทางระบบผิวหนัง แต่คุณแม่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกเป็นผื่นแดงทั้งตัวเกิดจากอาการแพ้อาหารหรือเปล่า? วิธีทดสอบเบื้องต้น คือ ลองสังเกตอาการลูก โดยการให้ลูกงดทานอาหารต้องสงสัย ประมาณ 1- 2 สัปดาห์ เมื่ออาการผื่นคันหายไป จากนั้นลองให้ลูกกินใหม่อีกครั้ง ถ้าผื่นกลับมาเป็นอีก ก็อาจเป็นไปได้ว่าลูกจะเเพ้อาหารชนิดนั้น หากสงสัยว่าลูกมีอาการเเพ้อาหารควรพาไปพบกุมารแพทย์ด้านโรคภูมิแพ้เพื่อวินิจฉัยอีกครั้งเพื่อความแม่นยำนะคะ

ทั้งนี้ หากคุณแม่ไม่สามารถให้นมลูกน้อยได้ เนื่องจากปัญหาทางสุขภาพส่วนตัว และมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว ควรปรึกษากุมารแพทย์เกี่ยวกับการดูแลโภชนาการที่เหมาะสม ด้วยเวย์โปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วน ซึ่งเป็นโปรตีนโมเลกุลเล็กลงที่สามารถพบได้ในน้ำนมแม่ ซึ่งย่อยง่าย ไม่เกิดเคิร์ดหรือลิ่มนมเมื่อโดนกรดในกระเพาะอาหาร และอ่อนโยนต่อระบบย่อยอาหารที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ของลูกน้อยอีกด้วย กรณีที่มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว และคุณแม่ไม่สามารถให้นมลูกได้ ควรปรึกษากุมารแพทย์เกี่ยวกับเวย์โปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วน (Partially Hydrolyzed Whey Protein) ซึ่งเป็นโปรตีนโมเลกุลขนาดเล็กลงที่สามารถพบได้ในน้ำนมแม่ มีคุณสมบัติที่ย่อยง่าย เมื่อเวย์โปรตีนถูกนำไปย่อยจนมีขนาดโมเลกุลเล็กลง จึงทำให้เป็นโปรตีนที่อ่อนโยนต่อลูกน้อยมากยิ่งขึ้น สังเกตุได้จากทารกที่ได้รับนมแม่จะมีการเกิดภูมิแพ้น้อยกว่า ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติในการป้องกันโรคภูมิแพ้ของประเทศไทยปี 2563 เพียงเท่านี้ผื่นในเด็กก็จะไม่ใช่ปัญหากวนใจคุณแม่อีกต่อไป แน่นอนว่าไม่มีวิธีรักษาผื่นในเด็ก หรือผื่นแพ้ในทารกได้ในทันที แต่เด็กส่วนใหญ่จะหายจากอาการนี้ได้เองเมื่อโตขึ้น ในระหว่างนี้ให้คุณแม่ทำในสิ่งที่สามารถทำได้ เพื่อบรรเทาอาการผื่นในเด็ก และเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของลูกให้เรียนรู้อย่างมั่นใจ พร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่ด้วยอารมณ์ที่ดีในทุกๆ วัน

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับแม่หมี

คลับที่รวบรวม ข้อมูลโภชนาการ พัฒนาการ การดูแลลูกน้อย ตลอด 1,000 วันแรก

  • ข้อมูลโภชนาการ mommy bear clubรับข้อมูลโภชนาการ พัฒนาการ การดูแลลูกน้อย​
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ mommy bear clubปรึกษาพูดคุยกับทีมพยาบาล ผู้เชี่ยวชาญ ฟรี 24 ชม.​
  • สิทธิประโยชน์ mommy bear club สาระน่ารู้ และสิทธิประโยชน์ ส่งตรงผ่านไลน์

สมัครคลับแม่หมี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง