Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X
อาหารเด็กตามช่วงวัย

เลือกอาหารเด็กตามช่วงวัยช่วยส่งเสริมพัฒนาการ

 

การเลือกอาหารเด็กตามช่วงวัย นอกจากให้ลูกได้รับโภชนาการที่ดีและถูกต้อง ยังช่วยเสริมสร้างให้ลูกน้อยมีร่างกาย และพัฒนาการที่แข็งแรง พร้อมเรียนรู้ในทุกวัน

วันพุธ, กรกฎาคม 29th, 2020

การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนทุกวัย ซึ่งลูกน้อยแต่ละช่วงวัยมีความต้องการสารอาหารต่างกัน และการให้อาหารเด็กที่เหมาะสมกับช่วงวัยนั้นสำคัญต่อพัฒนาการและสุขภาพของลูกเป็นอย่างมาก เพราะนอกเหนือจากนมแม่ที่เป็นอาหารเด็กในช่วงแรกเกิด - 6 เดือนแล้ว หลังจากนั้นคือการเปลี่ยนจากการกินนมเพียงอย่างเดียว เพราะในช่วงอายุ 6 เดือนแรกลูกจะได้รับอาหารพอเพียงจากนมแม่ หลังจากนั้นลูกจำเป็นต้องได้รับพลังงานและสารอาหารบางชนิดเพิ่มเติมจากอาหารตามวัย ควบคู่กับการทานนมแม่อย่างต่อเนื่อง จนอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และเพียงพอต่อการเจริญเติบโต และยังเป็นการช่วยให้ลูกได้ปรับตัวจากการกินอาหารเหลว เป็นอาหารที่มีเนื้อสัมผัสที่หลายหลากมากขึ้น เพื่อให้มีพัฒนาการในการกินที่เหมาะสมต่อไป และยังเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อที่จะใช้ในการพูด ยิ่งเด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป จะเริ่มมีพัฒนาทักษะด้านการเคี้ยว และการใช้ลิ้น คุณแม่จึงควรเตรียมอาหารเด็กให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยของลูกน้อยด้วยเมนูง่ายๆ ต่อไปนี้

สมองและทางเดินอาหาร

เมนูอาหารเด็ก 6 เดือนขึ้นไป

อาหารเด็ก 6 – 8 เดือน
อาหารเด็ก 6 เดือน ลูกจะเริ่มส่งสัญญาณว่าเขาพร้อมสำหรับการเริ่มอาหารเสริมตามวัย คุณแม่อาจเริ่มให้อาหารเด็กที่มีลักษณะอ่อนนุ่ม เพื่อช่วยให้ลูกน้อยพัฒนาทักษะการเคี้ยว ความแข็งแรงของลิ้น และยังเป็นการช่วยในการพัฒนาทักษะการสื่อสารของลูกน้อยด้วย โดยการให้ลูกกินอาหารตามวัยวันละ 1 มื้อ ควบคู่กับกินนมแม่ อาหารตามวัยที่ลูกควรได้รับควรมีธาตุเหล็กสูง และมีวิตามิน และเกลือแร่ หลากหลายชนิด หรือคุณแม่อาจเลือก อาหารเสริมธัญพืชสำหรับทารกที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก ให้ร่วมกับ เนื้อสัตว์บด หรือเนื้อไก่บด ผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์นม สลับสับเปลี่ยนระหว่างกลุ่มอาหาร เพื่อให้ได้สารอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่
อาหารเด็ก 8 เดือน คุณแม่ควรให้อาหารเด็กที่มีเนื้อสัมผัสหลากหลายมากขึ้น เนื่องจากช่วงนี้ลูกสามารถกินอาหารเด็กที่มีเนื้อหยาบได้มากขึ้น หรือให้อาหารเด็กที่มีเนื้อนิ่มๆ สำหรับหยิบจับได้ เพื่อส่งเสริมทักษะด้านการเคี้ยว อาจเป็นผลไม้เนื้อนิ่มสักชิ้น ผักนึ่ง ไข่ต้ม ชีส เนื้อสัตว์หรือเนื้อปลานิ่มๆ อาจเพิ่มจำนวนมื้อจาก 1 มื้อ เป็น 2 มื้อต่อวัน ควบคู่กับการกินนมแม่

ตัวอย่างเมนูอาหารเด็ก 6-8 เดือนขึ้นไป

• มันเทศสุดยอดอาหารสำหรับเด็กวัยนั่งได้ Click
• เมนูไก่ใบตำลึง Click
• ซุปครีมบรอกโคลี่ Click
• โยเกิร์ตตุ๋นฟักทอง Click
• ไข่แดงอารมณ์ดี Click
• เมนูผักโขมนักคิด Click
• เมนูตับบดนักจินตนาการ Click
• เมนูอะโวคาโดศิลปินน้อย Click
• เมนูซุปไก่ข้นเตาะแตะ Click

เมนูอาหารเด็ก 12 เดือนขึ้นไป

เด็กวัย 12 เดือนนี้จะเริ่มมีฟันงอกสามารถเคี้ยวกลืนอาหารได้ดีขึ้น และสนุกกับการกินมากขึ้น สามารถกินข้าวสวยหุงนิ่มๆ พร้อมกับผัก และเนื้อสัตว์ที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ อีกทั้งสามารถเพิ่มจำนวนมื้ออาหารเด็ก 12 เดือน ให้ลูกเป็น 3 มื้อได้ นอกจากนี้คุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกกินอาหารเด็กด้วยตัวเอง เทคนิคง่ายๆ อยู่ที่การจัดอาหารที่ง่ายต่อการหยิบจับ และมีขนาดพอดีคำ หรืออาหารเสริมที่มีเนื้อเริ่มหยาบอาจมีส่วนผสมของธัญพืชและผักรวม เพราะมีโภชนาการที่เหมาะสมกับเด็กวัยนี้มื้อได้ นอกจากนี้คุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกกินอาหารเด็กด้วยตัวเอง เทคนิคง่ายๆ อยู่ที่การจัดอาหารที่ง่ายต่อการหยิบจับ และมีขนาดพอดีคำ หรืออาหารเสริมที่มีเนื้อเริ่มหยาบมีส่วนผสมของธัญพืชและผักรวม เพราะมีโภชนาการที่เหมาะสมกับเด็กวัยนี้

ตัวอย่างเมนูอาหารเด็ก 12 เดือนขึ้นไป

• คัสตาร์ดแครอท เมนูเนื้อนิ่มที่ลูกชอบ Click
• เต้าหู้หน้าหมูสับ เมนูเด็ก สูตรเด็ดโปรตีนสูง Click
• ปังแฮมชีสไข่พระอาทิตย์ อร่อยด่วนในยามเช้า Click

ตัวอย่างเมนูอาหารเด็ก 12 เดือนขึ้นไป

ผักมีประโยชน์ต่อเมนูอาหารของลูกน้อยอย่างไร?

คุณแม่สังเกตไหมคะว่าในทุกๆ เมนูของอาหารเด็กต้องมีผักเป็นหนึ่งในวัตถุดิบ เนื่องจากผักถือเป็นหนึ่งในกลุ่มอาหารหลักของลูกน้อย เพราะมีวิตามิน แร่ธาตุสำคัญ และใยอาหารที่จำเป็นต่อระบบการขับถ่าย แถมยังช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดได้อีกด้วย ฉะนั้นการให้ลูกน้อยรับประทานผักจะช่วยลดโอกาสในการที่ลูกน้อยจะกินอาหารระหว่างวันมากเกินไป ถึงแม้ว่าผักจะดีต่อสุขภาพ แต่เด็กๆ ก็มักจะชอบน้ำตาลที่ให้ความหวานมากกว่าอยู่ดี ดังนั้นลูกน้อยจึงมักจะปฏิเสธผักที่มีอยู่ในอาหารที่คุณแม่เตรียมให้ เราจึงขอแนะนำเคล็ดลับดีๆ เพื่อช่วยให้ลูกน้อยกินผักได้ง่ายขึ้น

วิธีที่ง่ายที่สุดคือ เป็นตัวอย่างที่ดี โดยแสดงให้ลูกเห็นว่าคุณแม่ก็กินผักด้วยเช่นกัน จากนั้นลูกน้อยจะเริ่มมีความรู้สึกอยากเลียนแบบคุณแม่ ถึงเวลานี้คุณอาจใช้วิธีการซ่อนผักอย่างแนบเนียนในอาหารของลูกน้อย เช่น ลองผสมผักบดลงในอาหารเสริมธัญพืชสำหรับเด็กที่ลูกน้อยชื่นชอบ หรือเริ่มด้วยการเติมผักชิ้นเล็กๆ เช่น เมล็ดถั่วลันเตา แครอท ฯลฯ ผสมลงในอาหารที่ลูกกินเป็นประจำ คุณแม่สามารถช่วยให้ลูกสร้างความคุ้นเคยกับรสชาติของผักได้โดยการปั่นผักกับน้ำผลไม้ หรือปั่นกับโยเกิร์ตเพื่อทำเป็นสมูทตี้แสนอร่อยและสดชื่น

เพื่อเป็นการฝึกให้ลูกรับรสชาติที่หลากหลายมากขึ้น คุณแม่ควรลองให้ลูกกินผักชนิดต่างๆ ที่มีรสชาติแตกต่างกัน ในช่วงแรกลูกอาจปฏิเสธการกินผัก และอาจจะยากสักหน่อย แต่อย่ายอมแพ้นะคะ หากคุณแม่กำลังมองหาเมนูอาหารที่มีผักต่างๆ ลองดูตัวอย่าง “เมนูสำหรับลูกน้อย” ซึ่งมีเมนูอาหารรสชาติอร่อยทำได้ง่ายๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับเด็ก

3 อาหารที่เด็กเล็กควรหลีกเลี่ยง

1.เกลือ
การรับรสของทารกแตกต่างจากผู้ใหญ่ จึงไม่จำเป็นต้องปรุงรสชาติของอาหารเพิ่มเติมด้วยเกลือหรือสารปรุงแต่งที่มีเกลือในปริมาณสูง เช่น น้ำซุปแบบสำเร็จรูป หรือซอสต่างๆ ควรให้ลูกกินอาหารที่ไม่มีสารปรุงแต่ง สารกันบูด หรือสารเคมี เพราะสำหรับเด็กเล็กแล้ว การกินอาหารที่มีรสชาติตามธรรมชาติเป็นสิ่งที่ดีที่สุด!

2.น้ำตาล
ทารกไม่ต้องการน้ำตาลทราย หรือน้ำผึ้ง และไม่ควรให้เขากินน้ำตาลหรือน้ำผึ้งก่อนอายุครบ 12 เดือน อาหารว่างที่มีรสหวานสำหรับลูกควรเป็นผลไม้ หรือโยเกิร์ตสำหรับทารกที่แต่งรสด้วยผลไม้ และคัสตาร์ดสำหรับทารก

3.อาหารที่มีลักษณะเหนียว หรือยากต่อการกลืน
อาหารที่มีลักษณะเหนียว เช่น เนยถั่ว และอาหารแข็งๆ ชิ้นใหญ่ ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะอาหารติดคอ สำลักอาหารได้ อาหารที่มีก้างหรือกระดูก อย่างเช่น เนื้อสัตว์ หรือเนื้อปลา ก็ควรให้ลูกกินด้วยความระมัดระวัง

อย่างไรก็ตามลูกในช่วงวัยต่างๆ ต้องการอาหารที่หลากหลาย คุณแม่ต้องพยายามทำให้เวลาบนโต๊ะอาหารเป็นเวลาที่มีความสุขของครอบครัว หลีกเลี่ยงการให้เด็กรับประทานอาหารสำเร็จรูป หรืออาหารประเภทจานด่วน เพื่อให้ลูกมีความคุ้นชินกับการกินอาหารเพื่อสุขภาพตั้งแต่ยังเล็ก ถึงแม้บางครั้งคุณแม่อาจต้องพยายามคิดหาวิธีกระตุ้นให้ลูกกินอาหารที่มีประโยชน์บางชนิดที่เขาไม่ชอบ คุณแม่ต้องอดทนและใจเย็นเข้าไว้นะคะ เพื่อให้ลูกฝึกนิสัยการกินที่ดีตั้งแต่ตอนนี้ เมื่อโตขึ้นจะได้มีพฤติกรรมการกินที่ดีต่อสุขภาพ

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับแม่หมี

คลับที่รวบรวม ข้อมูลโภชนาการ พัฒนาการ การดูแลลูกน้อย ตลอด 1,000 วันแรก

  • ข้อมูลโภชนาการ mommy bear clubรับข้อมูลโภชนาการ พัฒนาการ การดูแลลูกน้อย​
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ mommy bear clubปรึกษาพูดคุยกับทีมพยาบาล ผู้เชี่ยวชาญ ฟรี 24 ชม.​
  • สิทธิประโยชน์ mommy bear club สาระน่ารู้ และสิทธิประโยชน์ ส่งตรงผ่านไลน์

สมัครคลับแม่หมี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง