Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X
Baby stomach pain

คุณแม่ต้องรู้! ทารกท้องเสีย ควรรับมือและป้องกันอย่างไร

 

เช็คลิสวิธีสังเกตลักษณะอาการท้องเสียของทารก คุณแม่ควรเข้าใจสาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยท้องเสีย รวมถึงวิธีป้องกันทารกท้องเสีย และวิธีดูแลเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย

อังคาร, มีนาคม 13th, 2018

baby stomach pain

คุณแม่มักมีความกังวลใจทุกครั้งเมื่อลูกมีอาการป่วย โดยเฉพาะอาการท้องเสียที่พบในทารก ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากคุณแม่ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างทารกท้องเสียกับลักษณะอุจจาระนิ่มจากการกินนมแม่ได้ ดังนั้นคุณแม่ต้องอาศัยการสังเกตลักษณะอุจจาระปกติของลูก ถ้าลูกถ่ายอุจจาระที่มีลักษณะผิดไปจากเดิมคือ อุจจาระเหลว เป็นน้ำ ร่วมกับถ่ายบ่อยขึ้นหรือมากกว่า 3 ครั้งต่อวันในทารกอายุมากกว่าสองเดือนขึ้นไปนับเป็นอาการท้องเสีย เรามาเรียนรู้ดีกว่าว่า ลูกน้อยท้องเสียมีสาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง

สาเหตุอะไรที่ทำให้ทารกท้องเสีย?

อาการท้องเสียของทารก มักมีสาเหตุมาจากไวรัส แบคทีเรีย หรือสาเหตุอื่นๆ เช่น การแพ้อาหารบางชนิด เช่น นมวัว หรือกลูเตน การอมของเล่นที่มีเชื้อโรค หยิบจับของเล่นเข้าปาก หรือหยิบจับสิ่งของต่างๆ ที่ปนเปื้อนเชื้อโรคตอนคลาน เมื่อลูกท้องเสียจะทำให้เกิดการสูญเสียน้ำ และเกลือแร่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำ ในกรณีที่ทารกท้องเสียรุนแรงมากๆ ทำให้อ่อนเพลีย ร้องกวน ปัสสาวะออกน้อย อาจจะต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งคุณแม่ต้องให้ความใส่ใจและเฝ้าระวังเมื่อลูกมีอาการท้องเสียอย่างจริงจัง

สังเกตอาการลูกท้องเสีย

เมื่อลูกท้องเสียเพียงเล็กน้อย คุณแม่สามารถคลายความกังวลได้ แต่หากลูกท้องเสียและมาพร้อมกับอาการบางอย่างที่ผิดปกติ คุณแม่ควรเริ่มสังเกตลักษณะอาการท้องเสีย โดยเริ่มจากเช็กลิสต์ดังต่อไปนี้
✔ ลูกงอแงผิดปกติ ไม่ยอมนอน ร้องปลอบไม่นิ่ง
✔ ลูกอาเจียนทุกครั้งที่กินนม อาหารหรือน้ำเกลือแร่
✔ ลูกมีอาการริมฝีปากแห้ง กระหม่อมบุ๋ม
✔ ลูกถ่ายอุจจาระทุกสองหรือสามชั่วโมง
✔ ลูกมีเลือดปนในอุจจาระ
✔ ลูกมีลักษณะเซื่องซึม หรือไม่ตอบสนองกับสิ่งต่างๆ
✔ ลูกดูอ่อนเพลียและผิวซีด

หากลูกเกิดอาการตามข้อต่างๆ ข้างต้น คุณแม่ควรพาไปพบแพทย์ทันที และต้องคอยสังเกตอาการอย่างสม่ำเสมอ เมื่อให้ลูกดื่มน้ำเกลือแร่ แล้วเบื้องต้นให้ดูว่าลูกกินได้ปกติไหม กินอิ่มแล้วนอนหลับ ตื่นขึ้นมาเล่นได้ นับว่าลูกอาการดีอยู่ แต่ถ้าลูกไม่ยอมกิน ไม่ยอมนอน ร้องไห้ปลอบไม่นิ่ง หรือน้ำหนักลูกลดลงอย่างน้อย 5% จากน้ำหนักตัวตามปกติ คุณแม่ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม

วิธีป้องกันและบรรเทาอาการท้องเสียของลูกน้อย

เรื่องน่ากังวลที่สุดเวลาทารกท้องเสีย คือ ภาวะขาดน้ำ ซึ่งเกิดจากการสูญเสียน้ำในร่างกายไปมาก คุณแม่จึงต้องรีบชดเชยน้ำที่สูญเสียไป จึงต้องให้ลูกกินนมแม่บ่อยขึ้น หรือกินสารละลายเกลือแร่ ORS (โอ อาร์ เอส) โดยมีแนวทางการป้องกัน ดังนี้

กรณีเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

แนะนำให้ลูกกินนมแม่บ่อยขึ้น ซึ่งในน้ำนมแม่มีจุลินทรีย์ ที่มีประโยชน์อย่าง จุลินทรีย์สุขภาพที่มีประโยชน์ แล็กโทบาซิลลัส รามโนซัส (แอลจีจี หรือ แอลพีอาร์) หรือกินสารละลายเกลือแร่ ORS (โอ อาร์ เอส) ปริมาณ 50 มิลลิลิตร/น้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม โดยใช้ช้อนตักป้อนแบ่งให้กินจนหมดในเวลา 4 ชั่วโมงและให้ ORS เพิ่มชดเชยที่เสียไปทางอุจจาระปริมาณ 10 มิลลิลิตร เมื่อลูกถ่ายหนึ่งครั้ง

แล็กโทบาซิลลัส รามโนซัส (แอลจีจี หรือ แอลพีอาร์) จุลินทรีย์มีประโยชน์ที่พบในน้ำนมแม่

แล็กโทบาซิลลัส รามโนซัส (แอลจีจี หรือ แอลพีอาร์) ที่พบในน้ำนมแม่ มีส่วนช่วยกระตุ้นทำให้เยื่อบุลำไส้ฟื้นตัว ทำหน้าที่ย่อยและดูดซึมให้ระบบทางเดินอาหารกลับมาแข็งแรง ทำหน้าที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย คอยปกป้องผิวเยื่อบุลำไส้ และกระตุ้นการทำงานของเซลล์ต่างๆ ในระบบทางเดินอาหารให้แข็งแรง เวลามีอะไรแปลกปลอมเข้ามา ร่างกายก็จะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา เพื่อทำลายสิ่งแปลกปลอมนั้นทันที หรือป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมนั้นรุกล้ำชั้นเยื่อบุลำไส้ได้

baby drinking milk

กรณีที่ลูกไม่ได้ทานนมแม่

แนวปฏิบัติการรักษาโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน1 แนะนำให้ปฏิบัติดังนี้

- เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือนที่กินนมผสม ให้ผสมตามปกติ แต่แบ่งให้ลูกกินครึ่งหนึ่ง สลับกับผงเกลือแร่ ORS อีกครึ่งหนึ่งห่างกัน 2 ชั่วโมง รวมแล้วปริมาณเท่ากับนมที่เคยกินตามปกติใน 4 ชั่วโมง
- เด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป ให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งเตรียมเป็นอาหารเหลวที่ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้มใส่เกลือ ในวันแรก วันต่อมาอาจผสมกับผัก ปลาต้ม เนื้อสัตว์ต้มเปื่อย ให้ลูกกินระหว่างท้องเสีย และให้เป็นอาหารพิเศษเพิ่มอีกวันละ 1 มื้อ เป็นเวลา 2 อาทิตย์หลังจากหายท้องเสีย หรือจนกว่าลูกจะมีน้ำหนักกลับเป็นปกติ
- โดยทารกที่กินนมผสมและอาหารตามวัยอื่น ๆ แนะนำให้เริ่มกินนมและอาหารไม่เกิน 4-6 ชม.หลังจากเริ่มรักษาภาวะขาดน้ำ และไม่ควรงดนมหรือกินนมผสมเจือจาง

อาการทารกท้องเสีย เกิดจากการที่ลูกได้รับเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายโดยผ่านการอมหรือหยิบสิ่งของเข้าปาก ซึ่งเชื้อโรคส่วนมากจะแทรกซึมเข้าร่างกายผ่านทางลำไส้ ทำให้ลูกน้อยเกิดอาการท้องเสียขึ้นมาได้ ดังนั้นคุณแม่จึงต้องให้ความสำคัญกับสุขอนามัยเกี่ยวกับเรื่องการเตรียมอาหารของลูกให้สะอาดและปรุงสุกด้วยการผ่านความร้อน และหมั่นล้างทำความสะอาดสิ่งของ ของเล่นต่างๆ อยู่เสมอ กรณีที่คุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ คุณแม่สามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากคุณหมอในเรื่องของโพรไบโอติกส์ หรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์อย่างจุลินทรีย์ แล็กโทบาซิลลัส รามโนซัส แอลจีจี หรือ แอลพีอาร์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยปกป้องระบบทางเดินอาหารของลูกน้อยได้ค่ะ

เอกสารอ้างอิง
1. แนวปฏิบัติการรักษาโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน: www.thaipediatrics.org/cpg_file/1.doc [2013,Aug5].
2. Assessing dehydration in children www.patient.co.uk/doctor/assessing-dehydration-in-children [2013,Aug5].
3. Diarrhea www.kidshealth.org/parent/infections/common/diarrhea.html [2013,Aug5].

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับแม่หมี

คลับที่รวบรวม ข้อมูลโภชนาการ พัฒนาการ การดูแลลูกน้อย ตลอด 1,000 วันแรก

  • รับข้อมูลโภชนาการ พัฒนาการ การดูแลลูกน้อย​
  • ปรึกษาพูดคุยกับทีมพยาบาล ผู้เชี่ยวชาญ ฟรี 24 ชม.​
  • สาระน่ารู้ และสิทธิประโยชน์ ส่งตรงผ่านไลน์

สมัครคลับแม่หมี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง