Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X
เตรียมพร้อมโภชนาการก่อนตั้งครรภ์ต้อนรับลูกน้อย

เตรียมพร้อมโภชนาการก่อนตั้งครรภ์ต้อนรับลูกน้อย

 

คุณเเม่ควรเตรียมความพร้อมด้านโภชนาการก่อนตั้งครรภ์ เพราะใน 2-3 เดือนแรกที่คุณอาจยังไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ลูกน้อยจะได้มีโภชนาการที่ครบถ้วนต่อการเติบโต

วันพุธ, มิถุนายน 27th, 2018

เริ่มตั้งแต่หลังการปฏิสนธิ ตัวอ่อนจะมีการแบ่งเซลล์ สร้างอวัยวะ สร้างเนื้อเยื่อต่างๆ อย่างรวดเร็ว และเป็นช่วงสำคัญที่สมองและระบบประสาทของทารกมีการพัฒนาขึ้น กระบวนการเจริญเติบโตและพัฒนาของลูกน้อยในช่วงแรกนี้ ต้องอาศัยสารอาหารที่จำเป็นจากร่างกายของคุณแม่นั่นเอง

เตรียมพร้อมโภชนาการก่อนตั้งครรภ์ต้อนรับลูกน้อย

สารอาหารสำคัญสำหรับคุณแม่และทารกก่อนตั้งครรภ์

โฟเลต : เสริมก่อนเริ่มตั้งครรภ์ ป้องกันความพิการแต่กำเนิด

“โฟเลต” หรือ “กรดโฟลิก” เป็นวิตามินที่มีส่วนสำคัญในการสร้างระบบประสาท สมอง และไขสันหลังตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิ การพัฒนาหลอดประสาทของตัวอ่อนในครรภ์จะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ภายใน 28 วันแรกหลังปฏิสนธิ แต่คุณแม่ส่วนใหญ่มักยังไม่ทราบว่ามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นในช่วงเดือนแรกนี้ ทำให้โอกาสในการเกิดภาวะขาดโฟเลตเกิดขึ้นได้บ่อย

การได้รับโฟเลตเพียงพอจะช่วยป้องกันภาวะความผิดปกติในการสร้างหลอดประสาทไขสันหลังของทารกในครรภ์ (Neural tube defects หรือ NTD) ส่งผลให้ทารกที่คลอดออกมามีความพิการแต่กำเนิด เช่น ภาวะหลอดประสาทเปิด ความพิการของสมองและไขสันหลัง ปากแหว่ง เพดานโหว่ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และกลุ่มอาการดาวน์ เป็นต้น

โฟเลตจึงเป็นวิตามินที่มีความสำคัญมากและควรได้รับตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ คุณผู้หญิงควรได้รับโฟเลตวันละ 400 ไมโครกรัม ส่วนว่าที่คุณแม่ที่วางแผนจะตั้งครรภ์ยิ่งต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการรับประทานอาหารที่เป็นแหล่งของโฟเลต เช่น ผักใบเขียวเข้ม น้ำส้ม ถั่ว นมที่เสริมโฟเลต ที่สำคัญต้องได้รับวิตามินเสริมโฟเลตขนาด 5 มิลลิกรัมต่อวัน ตั้งแต่ช่วง 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ จนถึงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก และสามารถเสริมโฟเลตได้ต่อเนื่องหลังจากนี้ เพื่อช่วยป้องกันภาวะความผิดปกติอื่นๆ เช่น ภาวะโลหิตจาง การคลอดก่อนกำหนด และภาวะครรภ์เป็นพิษ ได้อีกด้วย

เตรียมพร้อมโภชนาการก่อนตั้งครรภ์ต้อนรับลูกน้อย

ธาตุเหล็ก : แม่ลูกคลอดปลอดภัย ร่างกายสมบูรณ์

“ธาตุเหล็ก” เป็นหนึ่งในแร่ธาตุที่คนส่วนใหญ่ได้รับไม่เพียงพอจากการรับประทานอาหาร การขาดธาตุเหล็กส่งผลเสียต่อสุขภาพและประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายไม่น้อย โดยเฉพาะช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่ยิ่งมีความต้องการธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นสำหรับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ เพื่อการสร้างรกและการสร้างเม็ดเลือดแดง

หากคุณแม่ตั้งครรภ์อยู่ในภาวะที่มีธาตุเหล็กสะสมในร่างกายน้อยจะส่งผลให้คุณแม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะโลหิตจางอย่างรวดเร็วตั้งแต่ระยะแรกๆ ของการตั้งครรภ์ เสี่ยงต่อภาวะการคลอดก่อนกำหนด ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย และอาจอันตรายถึงชีวิตหากคุณแม่เสียเลือดมากในช่วงคลอด สำหรับทารกที่คลอดออกมาจะมีธาตุเหล็กสะสมในร่างกายน้อย ส่งผลให้สมองมีพัฒนาการช้ากว่าปกติ หากไม่ได้รับธาตุเหล็กเสริมหลังคลอด

คุณแม่ที่วางแผนจะตั้งครรภ์ รวมทั้งคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ไม่มีภาวะโลหิตจางจึงควรรับประทานอาหารที่เป็นแหล่งของธาตุเหล็กเป็นประจำอย่างเพียงพอ เช่น ตับสัตว์ เนื้อแดง งา ไข่แดง คะน้า ตำลึง นมที่เสริมธาตุเหล็ก รวมทั้งผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงเพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี นอกจากนี้ ควรเสริมธาตุเหล็กวันละ 30-60 มิลลิกรัม หรือสัปดาห์ละ 120 มิลลิกรัม อย่างน้อย 12 สัปดาห์ก่อนการตั้งครรภ์

เตรียมพร้อมโภชนาการก่อนตั้งครรภ์ต้อนรับลูกน้อย

ไอโอดีน : ลูกน้อยสมบูรณ์ ทั้งสมอง ปัญญา และร่างกาย

“ไอโอดีน” เป็นสารอาหารที่ร่างกายใช้ในการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ ทำหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมอง และระบบประสาทของทารกในครรภ์ หากคุณแม่ตั้งครรภ์ขาดไอโอดีนจะส่งผลให้การเจริญเติบโตของเซลล์สมองของทารกไม่สมบูรณ์ มีภาวะพิการแต่กำเนิด ทารกอาจเสียชีวิต

หากเติบโตก็จะมีอาการผิดปกติทางสมอง ปัญญาอ่อน (โรคเอ๋อ) สติปัญญาลดลง ตัวเตี้ย แคระแกร็น เป็นต้น การขาดไอโอดีนในผู้หญิงยังส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมนที่ควบคุมการตกไข่ ซึ่งอาจทำให้คุณผู้หญิงพลาดโอกาสการมีบุตรได้อีกด้วย ว่าที่คุณแม่ที่วางแผนจะตั้งครรภ์จึงควรเตรียมพร้อมให้ร่างกายได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอตั้งแต่ 6 สัปดาห์ก่อนตั้งครรภ์ หรืออย่างช้าที่สุดใน 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ เพราะร่างกายมีความต้องการไอโอดีนที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากต้องส่งไอโอดีนไปให้ทารกในครรภ์ด้วย โอกาสที่คุณแม่ตั้งครรภ์จะมีภาวะขาดไอโอดีนจึงเกิดขึ้นได้ง่ายตั้งแต่ระยะแรก

จากคำแนะนำ หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับไอโอดีนวันละ 200 - 250 ไมโครกรัม จากอาหารต่างๆ เช่น อาหารทะเล สาหร่าย เกลือปรุงอาหารที่เสริมไอโอดีน (เกลือ 1 ช้อนชา มีไอโอดีนประมาณ 150 ไมโครกรัม) นมที่เสริมไอโอดีน รวมทั้งยาเม็ดเสริมไอโอดีนขนาด 150 ไมโครกรัม/วัน (รวมทั้งวันไม่เกิน 500 ไมโครกรัมต่อวัน เพราะอาจมีผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ของคุณแม่และทารกในครรภ์)

เพราะคุณแม่ทุกคนต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อยในครรภ์ตั้งแต่วันแรก การเตรียมพร้อมร่างกายก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 2-3 เดือน จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ว่าที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม ได้เวลาใส่ใจตัวเอง ดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ใส่ใจอาหารการกินให้มีภาวะโภชนาการที่ดี และได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วนและเพียงพอ เพื่อให้ลูกน้อยในครรภ์ได้เจริญเติบโตและมีพัฒนาการตามกระบวนการที่สมบูรณ์ตั้งแต่แรกเริ่ม

อ้างอิงข้อมูล: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข “การเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์” / สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย “ความสำคัญของโฟเลตในการป้องกันความพิการแต่กําเนิด” / สสส. 2560 “กินวิตามินโฟลิกก่อนตั้งครรภ์” / กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข “การให้บริการอนามัยการเจริญพันธุ์” / สำนักโภชนาการ กรมอนามัย “สาวไทยแก้มแดง” / กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2558 “คู่มือส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการ_ในคลินิกฝากครรภ์” / คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2017 “ภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์” / กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข “ลูกครบ 32 สมองดี เริ่มต้นที่ 6 สัปดาห์ก่อนตั้งครรภ์” / สำนักโภชนาการ กรมอนามัย “แนวทางการดำเนินงานการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน” / สำนักโภชนาการ กรมอนามัย “มาตรการเสริมไอโอดีนในการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ 1000 วันแรก

รับคำแนะนำและแนวทางด้านโภชนาการสำหรับคุณแม่ และการดูแลลูกน้อยทุกช่วงวัย เพียงคลิกเข้าร่วมคลับ

  • nestle mom & me อาหารสำหรับคนท้องสาระน่ารู้ช่วงตั้งครรภ์ และการดูแลลูกน้อย
  • nestle mom & me ปรึกษาเนสท์เล่เรื่องลูกพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการ 24 ชม.
  • nestle mom & me ของฟรีคุณแม่ตั้งครรภ์ ของแจกรอรับข้อเสนอดีๆ อีกมากมายจากเรา

Let's start this!

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง