Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X
Pregnant woman checking blood sugar level

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

 

ทำความรู้จักกับโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ที่อาจส่งต่อทารกในครรภ์ เพื่อให้ว่าที่คุณแม่ดูแลตัวเองและปรับพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงเบาหวานขณะตั้งครรภ์อย่างถูกวิธี

วันพุธ, ตุลาคม 28th, 2020

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์ที่พบภาวะเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง มักทำให้คุณแม่เป็นกังวล แต่หากดูเเลเเละติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ ทารกก็สามารถเกิดมาพร้อมสุขภาพที่แข็งแรงได้

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คืออะไร

เบาหวานประเภทนี้เกิดขึ้นเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์เท่านั้น และมักจะหายไปหลังคลอด ลักษณะของอาการจะพบระดับน้ำตาลในเลือดสูง 1.3 - 2.0 กรัมต่อลิตร และอินซูลินที่ผลิตจากตับอ่อนไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ การตั้งครรภ์เป็นภาวะที่เสี่ยงต่อโรคเบาหวานเพราะร่างกายมีความต้องการใช้อินซูลินมากขึ้น

Mature experienced doctor examining young pregnant

อาการและการวินิจฉัยโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
• หิวน้ำมาก
• ปัสสาวะบ่อย
• อ่อนเพลีย
ซึ่งภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์สามารถวินิจฉัยได้ในช่วงอายุครรภ์ 24 - 28 สัปดาห์ ด้วยการตรวจเลือด และมักตรวจก่อนอายุครรภ์ครบ 6 เดือน

ผลที่อาจตามมาของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานพยายามที่จะใส่ใจดูแลตัวเอง เพื่อหวังให้ลูกน้อยมีสุขภาพดี แต่หากมีการติดตามที่ไม่เหมาะสม โรคเบาหวานนี้อาจส่งผลให้ทารกเกิดมามีน้ำหนักตัวมาก (มากกว่า 4 กิโลกรัม) ทำให้มีความลำบากในการคลอด (มีความเสี่ยงในการผ่าตัดคลอด)

อันตรายของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

ผู้หญิงบางคนอาจมีอาการของโรครุนแรงกว่าคนอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อมีประวัติคนในครอบครัวเป็นเบาหวานมาก่อน หรือตัวคุณแม่เองมีภาวะน้ำหนักเกินร่วมด้วย หรือมีประวัติโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ในการตั้งครรภ์ครั้งก่อนหน้านี้ หรือคุณแม่มีอายุมากกว่า 35 ปี หรือเคยคลอดบุตรที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 4 กิโลกรัม

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ส่งผลต่อทารกในครรภ์อย่างไรบ้าง?

เมื่อคุณแม่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และมีระดับน้ำตาลที่สูง อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ ข้อมูลจากโรงพยาบาลนครธนในบทความ “เบาหวานในหญิงตั้งครรภ์ อันตรายต่อแม่และลูกน้อย” บอกว่า หากเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์อาจส่งผลให้ทารกในครรภ์มีอัตราเสี่ยงของภาวะต่อไปนี้เพิ่มขึ้น ได้แก่
• อัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ได้รับการดูแลรักษาไม่เหมาะสม
• การควบคุมเบาหวานไม่ดีในระยะแรกของการตั้งครรภ์ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร
• ความพิการตั้งแต่กำเนิด พบได้มากกว่าการตั้งครรภ์ปกติประมาณ 2-3 เท่า
• เด็กมีขนาดตัวโตกว่าปกติ สามารถพบได้บ่อยที่สุดในจำนวนความผิดปกติทั้งหมด เนื่องจาก การที่น้ำตาลกลูโคส และกรดอะมิโนจากมารดาผ่านมาสู่ทารกมากเกินไป
• หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานมานาน และมีโรคแทรกซ้อนทางหลอดเลือด (microangiopathy) จะทำให้ทารกในครรภ์เจริญเติบโตช้าและตัวเล็กได้
• ทารกอาจเสียชีวิตในครรภ์ หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม
• เสี่ยงภาวะความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจของทารก (กลุ่มอาการหายใจลำบาก)
• ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
• ภาวะแคลเซียมและแมกนีเซียมในเลือดต่ำ
• เลือดมีความหนืดเพิ่มขึ้น
• ภาวะตัวเหลืองหลังคลอด
• หัวใจโต อาจทำให้หัวใจล้มเหลว

ยิ่งไปกว่านั้นหากคุณแม่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจส่งผลกระทบต่อสมองของทารกได้เช่นกัน ข้อมูลจากโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ในบทความ “เบาหวานส่งผลต่อการตั้งครรภ์ของคุณแม่อย่างไร?” บอกว่าไว้ว่า โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ อาจเกิดผลเสียระยะยาวต่อทารก โดยอาจมีผลต่อพัฒนาการทางด้านสมอง และระบบประสาท ทำให้ทารกมีการรับรู้ช้าลง ฉะนั้นภาวะเบาหวานในระหว่างการตั้งครรภ์ อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ แต่ถ้าคุณแม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่เริ่มมีการตั้งครรภ์ ก็จะช่วยป้องกันและลดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงต่างๆ ลงได้ อีกทั้งหากคุณแม่ตั้งครรภ์ตระหนักถึงความเสี่ยงและมาฝากครรภ์ตั้งแต่เมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ก็จะช่วยให้แพทย์ตรวจพบภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ และสามารถรักษาได้

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์

Pregnant woman eating natural vegetable salad

สิ่งแรกที่คุณควรทำคือ การกินอาหารให้เหมาะสม และสมดุล โดยกินอาหารหลักให้ครบ 3 มื้อ และอาหารว่างอีก 2 มื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงขึ้นๆ ลงๆ ของระดับน้ำตาลในเลือด ห้ามงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง รวมทั้งมื้อว่างเด็ดขาด และควรสร้างนิสัยการกินอาหารที่ดี
● เลือกอาหารที่อุดมไปด้วย ข้าว แป้ง ที่มีใยอาหารสูง เช่น โฮลเกรน แป้ง ถั่ว ข้าว พาสต้า มันฝรั่ง ให้บ่อยกว่าอาหารที่มีน้ำตาลสูง อย่าง ขนมอบ น้ำตาล แยม และขนมหวานต่างๆ
● หลีกเลี่ยงอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง ซึ่งทำให้เกิดการผลิตอินซูลินอย่างรวดเร็ว เช่น ขนมปังขัดขาว มันฝรั่ง ข้าวขัดขาว ขนมอบ เป็นต้น อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำได้แก่ จมูกข้าว ข้าวกล้อง หรือบัควีท (เมล็ดธัญพืช)
● กินผักผลไม้ที่มีใยอาหารสูงให้มากขึ้น เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แถมคุณแม่ยังได้รับวิตามินและแร่ธาตุอีกด้วยโดยกินผลไม้วันละ 2 ส่วน โดยเฉพาะหลังมื้ออาหารแต่ละมื้อ
● กินอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพดีทุกมื้อ ในสัดส่วนที่เหมาะสม กรรมวิธีการทำสุกสะอาด ปริมาณ 1 ฝ่ามือต่อมื้อโดยประมาณ เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ เต้าหู้
● หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง และเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก ขนมอบ และชีส แพทย์จะเป็นผู้ให้ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับค่าดัชนีน้ำตาล และจะแนะนำให้ปรึกษานักกำหนดอาหาร เพื่อส่งเสริมโภชนาการที่ดี และช่วยวางแผนการเลือกกินอาหารในปริมาณที่เหมาะสมสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคุณแม่

วิธีดูแลตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์

pregnant woman carrying yoga

การกินอยู่เพื่อสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งจำเป็น พยายามออกกำลังกาย เช่น ว่ายน้ำ โยคะ หรือเดินอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน สิ่งเหล่านี้คุณแม่ควรทำด้วยความรู้สึกอยากทำจริงๆ การออกกำลังกายเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงสามารถช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดได้

สุขภาพคุณแม่และทารกหลังคลอด

คุณแม่สบายใจได้ว่า ลูกน้อยจะไม่มีภาวะเบาหวานเมื่อคลอดอออกมา รวมทั้งตัวคุณแม่เอง จากสถิติพบว่า 98% ของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวาน อาการจะหายไปหลังการคลอด แต่อีก 2% อาจยังคงมีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานได้ต่อเนื่อง
คุณแม่สามารถลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวานได้ด้วยการกินอาหารที่สมดุลและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
หากคุณตั้งครรภ์อีกครั้ง ความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ก็จะมีมากขึ้น ดังนั้นคุณแม่จึงควรตรวจน้ำตาลในเลือดระหว่างตั้งครรภ์
โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์พบในผู้หญิงตั้งครรภ์ประมาณ 3-6%

อ้างอิง:
https://www.nakornthon.com/Article/Detail/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2
https://www.chularat3.com/knowledge_detail.php?lang=th&id=464

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ 1000 วันแรก

รับคำแนะนำและแนวทางด้านโภชนาการสำหรับคุณแม่ และการดูแลลูกน้อยทุกช่วงวัย เพียงคลิกเข้าร่วมคลับ

  • nestle mom & me อาหารสำหรับคนท้องสาระน่ารู้ช่วงตั้งครรภ์ และการดูแลลูกน้อย
  • nestle mom & me ปรึกษาเนสท์เล่เรื่องลูกพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการ 24 ชม.
  • nestle mom & me ของฟรีคุณแม่ตั้งครรภ์ ของแจกรอรับข้อเสนอดีๆ อีกมากมายจากเรา

สมัครคลับแม่หมี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง