MyFeed Personalized Content
พัฒนาการลูก 0-36 เดือน
บทความ
Add this post to favorites

นมสูตร 3 สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป พร้อมสารอาหารสำคัญที่แม่ต้องรู้

นมสูตร 3 นั้นเหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป มีคุณค่าทางสารอาหารที่เหมาะสมกับเด็กวัย1ขวบมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับนมวัว  ส่งผลดีต่อพัฒนาการรอบด้าน

2นาที อ่าน มิ.ย. 17, 2022

นมแม่ดีที่สุดสำหรับลูก เพราะนมแม่มีสารอาหารกว่า 200 ชนิด โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และยูนิเซฟ แนะนำว่าลูกควรได้รับนมแม่อย่างเดียว ตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน และควรกินต่อเนื่องไปจนลูกอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น ควบคู่กับอาหารตามวัยที่เหมาะสม

นมแต่ละสูตร มีปริมาณสารอาหารที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับความต้องการของเด็กแต่ละช่วงวัย และเหมาะสมกับสภาวะสุขภาพแต่ละแบบ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับความแตกต่างของ นมผงเด็ก แต่ละสูตร ได้โดยคลิกที่นี่ เมื่อคุณแม่รู้จักความแตกต่างของนมผงแต่ละสูตรแล้ว คุณแม่จะทราบว่า นมสูตร3 คือสูตรที่เหมาะสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป เรามาทำความรู้จัก และเข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการและสารอาหารต่างๆ ที่มีอยู่ใน นมสูตร 3 ให้มากขึ้นกันค่ะ 

นมสูตร 3 ต่างจากนมสูตรอื่นอย่างไร เหมาะกับใคร? 

เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปจะมีระบบย่อยอาหารที่ดีกว่าเด็กแรกเกิด ซึ่งเด็กวัยนี้จำเป็นต้องได้รับพลังงาน และสารอาหารครบถ้วน เพียงพอทั้งปริมาณ และคุณภาพ ซึ่งส่งผลต่อการสร้างเซลล์สมอง ระบบประสาท กล้ามเนื้อ กระดูก และ อวัยวะต่างๆ ให้มีความสมบูรณ์ ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เด็กวัยนี้จึงต้องได้รับโภชนาการที่เหมาะสม จากการรับประทานอาหารใน 3 มื้อหลัก และดื่มนมเป็นอาหารเสริมในมื้อว่าง 

เมื่อเปรียบเทียบนมวัวกับนมผง นมสูตร 3 จะมีคุณค่าสารอาหารที่เหมาะสมกับเด็กมากกว่า แม้ว่านมสูตร 3 มีปริมาณโปรตีนและแคลเซียมที่ใกล้เคียงกับนมวัว แต่นมสูตร 3 มีการเพิ่มวิตามินและแร่ธาตุ เพื่อช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง เพื่อให้เด็กในวัย1ขวบปีขึ้นไป ได้รับสารอาหารในปริมาณที่เพียงพอ มีพัฒนาการที่สมวัย   

สำหรับเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป การดื่มนมสูตร 3 แทนนมวัว ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดธาตุเหล็ก โลหิตจาง และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงความเสี่ยงต่อพัฒนาการทางสติปัญญา

สารอาหารที่สำคัญในนมสูตร 3 สำหรับเด็ก 1 ปีขึ้นไป

สารอาหารที่สำคัญในนมสูตร 3 สำหรับเด็ก 1 ปีขึ้นไป  

  • จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์  

โพรไบโอติกส์คือ จุลินทรีย์มีประโยชน์ที่ยังมีชีวิต เมื่อได้รับในปริมาณที่เหมาะสม จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยการปกคลุม และยึดเกาะผนังลำไส้ ไม่ให้จุลินทรีย์ก่อโรคมาเกาะ  เมื่อมีระบบย่อยอาหารดี ภูมิคุ้มกันก็ดี เพราะ 80% ของเซลล์ที่สร้างภูมิคุ้มกันอยู่ในทางเดินอาหาร  

LPR (แอลพีอาร์) คือ หนึ่งในจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ที่มีประโยชน์ พบได้ในนมแม่ โยเกิร์ต และนมบางชนิด โดย LPR ย่อมาจาก Lactobacillus Rhamnosus GG (แล็กโทบาซิลลัส รามโนซัส จีจี) หรือ L. rhamnosus GG มีคุณสมบัติช่วยรักษาสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ปกป้องทางเดินหายใจ และทางเดินอาหาร มีผลดีต่อการย่อยและการขับถ่าย ช่วยสร้างสารสื่อประสาท เสริมการทำงานสมอง แอลพีอาร์ (LPR) เป็นจุลินทรีย์สายพันธุ์ที่มีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับมากที่สุด รวมทั้งมีงานวิจัยที่มีความน่าเชื่อถือสูงในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน  

  • ผสมใยอาหารจากธรรมชาติ  

ใยอาหารช่วยเพิ่มกากในระบบทางเดินอาหาร กระตุ้นการขับถ่าย ลดอาการท้องผูก เมื่อลูกขับถ่ายดี ก็จะอารมณ์ดี พร้อมเรียนรู้ 

  • DHA (ดีเอชเอ)  

DHA คือ กรดไขมันจำเป็นในกลุ่มโอเมก้า 3 เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์สมอง และจอประสาทตา มีความสำคัญต่อพัฒนาการของระบบประสาท สมอง และ การมองเห็น ซึ่งเด็กควรได้รับดีเอชเอ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โดยหลังคลอดจะได้รับดีเอชเอจากนมแม่ ซึ่งแปรผันตามอาหารที่แม่ทาน หรือ ได้รับดีเอชเอจากอาหารเสริมตามวัย และ นม ซึ่งในช่วงวัย 1-2ปี เด็กควรได้รับปริมาณดีเอชเอประมาณ 100 มิลลิกรัม ต่อ วัน  มิลลิกรัม ต่อ วัน  

  • ARA (เออาร์เอ) 

ARA เป็นกรดไขมันเช่นเดียวกับ DHA อยู่ในกลุ่มโอเมก้า 6 มีความสำคัญทั้งในเรื่องของการพัฒนาสมองและระบบต่างๆ ในร่างกาย  

  • โอเมก้า 3 , 6  

โอเมก้า 3, 6 มีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมอง และการมองเห็น เป็นกรดไขมันแบบไม่อิ่มตัวที่ร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น ในปัจจุบันนมสูตร3 สำหรับเด็กได้ถูกพัฒนาให้เหมาะสมกับความต้องการสารอาหารของเด็กโดยเฉพาะ คุณแม่จึงมั่นใจได้ว่า ลูกน้อยจะได้รับสารอาหารที่เพียงพอช่วยเสริมพัฒนาการที่สมวัยได้  

  • แคลเซียม 

สารอาหารสำคัญต่อการเจริญเติบโต ความสูง และการสร้างกระดูก คือ แคลเซียม เมื่อลูกได้รับแคลเซียมเพียงพอ ก็จะมีมวลกระดูกสะสมที่เพียงพอ ช่วยป้องกันกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้น ครึ่งหนึ่งของความสูงในอนาคตของเด็กจะเกิดขึ้นในช่วง 2ปีแรกของชีวิต โดยปริมาณแคลเซียมสำหรับเด็กวัย 1-3ปี ที่ควรได้รับต่อวันคือ 500 มิลลิกรัม

ปริมาณนมที่ควรดื่ม เด็กควรดื่มนมสูตร 3 กี่แก้วต่อวัน  

เด็กวัย1ขวบ ควรทานอาหารให้ครบ5หมู่ ทั้งหมด 3 มื้อ โดยสามารถดื่มนมสูตร3 เป็นอาหารเสริม วันละ 500 มิลลิลิตร หรือวันละ 2-3แก้ว เพื่อให้ได้รับโภชนาการ และสารอาหารที่เพียงพอ 

ทั้งนี้เมื่อคุณแม่ทราบถึง นมสูตร 3 ที่เหมาะสำหรับเด็ก1ปีขึ้นไปแล้ว อย่าลืมศึกษาวิธีชงนมที่ถูกต้อง ได้ที่บทความ ขั้นตอนและวิธีการชงนมที่ถูกต้องให้ถูก 

หากคุณแม่มีคำถามเรื่องโภชนาการและสุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์ สามารถปรึกษาทีมพยาบาล และผู้เชียวชาญได้ที่ Mommy Bear Club ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพียงสมัครสมาชิกฟรีที่ 
https://www.nestlemomandme.in.th/profile/register

Mommy Bear Club พร้อมให้การดูแลคุณแม่สมาชิกทุกท่าน สามารถติดต่อโทรหาเราได้ที่ 1162 กด 3 หรือ แชทกับเราผ่านทางเฟซบุ๊ค ได้ที่ Facebook Messenger: Mommy Bear Club http://m.me/mommybearclub


อ้างอิง
1. WHO. Iron Deficiency Anaemia. Assessment, prevention, and control. A guide for programme managers. World Health Organization 2001.
2. Alexandre MA, Ferreira CO, Siqueira AM, et al. Severe Plasmodium vivax Malaria, Brazilian Amazon. Emerg Infect Dis. 2010;16(10):1611-1614. doi:10.3201/eid1610.100685.
3. . Forsyth S, et al. Ann Nutr Metab.2016;69:64-74