Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X
10 อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน อันตรายต่อลูกน้อย

10 อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน อันตรายต่อลูกน้อย

 

คนท้องห้ามกินอะไร? มาดู 10 อาหารที่คนท้องอ่อนไม่ควรกิน เพราะอาจเป็นอันตรายกับคุณแม่และลูกในครรภ์ เพื่อให้คุณแม่ตั้งครรภ์เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

อังคาร, เมษายน 10th, 2018

อาหารที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นอาหารที่ไม่ควรกิน หรือดื่มในขณะตั้งครรภ์ เพราะมันอาจเป็นอันตรายกับตัวคุณแม่เองหรือกับทารกน้อย ดังนั้น พยายามหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้เพื่อความสบายใจ หากคุณรู้จักเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ คุณก็ไม่จำเป็นต้องกังวลกับชนิดอาหารที่ควรและไม่ควรกินขณะตั้งครรภ์

10 อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน

1. แอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของคุณได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งร่างกายของทารกในครรภ์ก็ได้รับแอลกอฮอล์โดยผ่านทางกระแสเลือดของคุณเช่นเดียวกัน ในบางรายแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดอารมณ์หดหู่ และทำให้ระบบประสาททำงานช้าลง ถ้าคุณดื่มหนักในขณะตั้งครรภ์ ทารกที่เกิดมาอาจมีภาวะของ foetal alcohol syndrome (FAS) หรือกลุ่มอาการผิดปกติของทารกจากการดื่มแอลกอฮอล์ของมารดาขณะตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของทารก ดังนั้น การละเว้นแอลกอฮอล์ตลอดช่วงการตั้งครรภ์จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณแม่และลูกน้อย

ปลาดิบ

2. เนื้อสัตว์ดิบและอาหารทะเลดิบ

การกินเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเลดิบๆ หรืออาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุก เช่น ซูชิ เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะอาหารเป็นพิษจากเชื้อลิสทีเรีย และเชื้อซาลโมเนลลา ซึ่งอาจทำให้มีภาวะแท้ง ทารกเสียชีวิตในครรภ์ หรือการคลอดก่อนกำหนดได้ การติดเชื้อลิสทีเรียนั้นสามารถส่งผ่านไปยังทารกในครรภ์ได้

วิธีป้องกันการติดเชื้อลิสทีเรีย คุณแม่ควรปรับนิสัยการกินที่ดีและการดูแลสุขอนามัยของอาหารอย่างเหมาะสม ได้แก่

• หลีกเลี่ยงอาหารดิบทุกชนิด เช่น ปลาดิบ (ซูชิ ซาชิมิ เป็นต้น) อาหารทะเลดิบ เนื้อดิบ (คาร์ปาโซ สเต็กเนื้อดิบๆ เป็นต้น) ไข่ดิบ และผลิตภัณฑ์จากนมที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ รวมถึงควรเลือกชีสที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้ว
• หลีกเลี่ยงอาหารเนื้อตัดเย็นต่างๆ เช่น เนื้อ ตับ หรือปาเต้บรรจุกระป๋อง โดยควรเลือกเนื้อสัตว์ชนิดบรรจุสุญญากาศมากกว่าอาหารประเภทแฮมสไลด์
• ปรุงอาหารประเภทเนื้อสัตว์ให้สุกก่อนรับประทานเสมอ
• ล้างผักและผลไม้ก่อนนำไปประกอบอาหารให้สะอาด ควรแช่ผักด้วยน้ำเปล่าผสมน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ ส่วนผลไม้ไม่จำเป็นต้องแช่ทิ้งไว้ เพื่อคงรักษาวิตามินและแร่ธาตุเอาไว้
• ตรวจดูวันหมดอายุของอาหารต่างๆ ก่อนรับประทานทุกครั้ง
• หลีกเลี่ยงการกินอาหารเหลือค้าง หรือหากจำเป็นควรอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทานเสมอ
• ล้างมือทุกครั้งก่อนลงมือปรุงอาหารและก่อนรับประทาน
• ทำความสะอาดบริเวณที่เก็บ หรือที่วางอาหารเป็นประจำ รวมถึงทำความสะอาดตู้เย็น และตู้กับข้าวอย่างสม่ำเสมอ

3. เนื้อสำเร็จรูป เนื้อบดสำเร็จรูป (ปาเต) และแซนวิชสเปดจากเนื้อสัตว์

ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แช่เย็น เช่น เนื้อบดสำเร็จรูป (ปาเต) แฮม ซาลามิ อาจมีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียลิสทีเรีย คุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้

4. ไข่ดิบ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุดในระหว่างตั้งครรภ์ คือเนื้อดิบ และเนื้อปลาดิบ เนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก เช่น ซูชิปลาดิบ สเต็กที่ไม่สุก ปลาแซลมอนรมควัน หอยนางรม ไข่ดิบ เพราะในเนื้อดิบมีสารลิสเทอเรีย ซึ่งสามารถเกิดภาวะแท้งได้ เพราะฉะนั้นก่อนทาน คุณแม่ควรตรวจสอบให้ดีก่อน

5. ผลิตภัณฑ์จากนม

ผลิตภัณฑ์จากนมบางประเภทที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ รวมทั้งไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟ อาจปนเปื้อนเชื้อลิสทีเรีย อาหารเหล่านี้จะปลอดภัยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ก็ต่อเมื่อผ่านการปรุงสุก หรือผ่านความร้อนเท่านั้น

6. อาหารกึ่งสำเร็จรูป หรืออาหารพร้อมรับประทานแช่เย็นที่ยังไม่ผ่านการอุ่นให้ร้อน

อาหารพร้อมรับประทานแช่เย็น เช่น สลัด อาจปนเปื้อนเชื้อลิสทีเรีย อาหารประเภทนี้คุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน

7. กินตับในปริมาณน้อยๆ

ถึงแม้ว่าตับจะอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แต่ในตับก็มีวิตามินเอสูงด้วยเช่นกัน การได้รับวิตามินเอมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อทารก และนำไปสู่ปัญหาความผิดปกติแต่กำเนิดที่รุนแรง คุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรกินตับในปริมาณน้อยๆ ไม่เกิน 50 กรัมต่อสัปดาห์ ปริมาณวิตามินเอที่ควรได้รับประจำวันสำหรับหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรเกิน 800 ไมโครกรัมต่อวัน

8. ปลาที่มีสารปรอท

ปลาเป็นอาหารที่หญิงตั้งครรภ์ควรกินเป็นประจำ เพราะเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาระบบประสาทและสมองของทารก แต่ปลาบางชนิดมีการปนเปื้อนสารปรอทในปริมาณสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ดังนั้น วิธีการกินปลาอย่างปลอดภัย ได้แก่
• หลีกเลี่ยงการกินปลาทูน่ากระป๋อง ปลาอินทรีย์ หรือถ้ารับประทานก็ไม่ควรมากกว่าสองครั้งต่อสัปดาห์ เพราปลาเหล่านี้อาจมีสารปรอทตกค้างอยู่ในปริมาณสูง
• เลือกรับประทานปลาทีมีเนื้อมากกว่าไขมันแทน อย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาเนื้อขาว เป็นต้น

9. คาเฟอีน

สำหรับการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ และน้ำอัดลม หญิงตั้งครรภ์สามารถดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนได้ในปริมาณที่เหมาะสม หรือเทียบเท่ากับกาแฟไม่เกิน 2-3 แก้วต่อวัน การได้รับคาเฟอีนในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ยากขึ้น และอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแท้ง หรือทารกน้ำหนักแรกเกิดน้อย

10. เครื่องดื่มชูกำลังก็มีคาเฟอีน

คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มชูกำลังที่มีคาเฟอีน หากคุณมีความกังวลในความปลอดภัยเกี่ยวกับการกินอาหารในช่วงตั้งครรภ์ ควรปรึกษานักกำหนดอาหารที่มีความเชี่ยวชาญ หรือสูติแพทย์

อ้างอิง: Health and Trend.com

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับแม่หมี

คลับที่รวบรวม ข้อมูลโภชนาการ พัฒนาการ การดูแลลูกน้อย ตลอด 1,000 วันแรก

  • รับข้อมูลโภชนาการ พัฒนาการ การดูแลลูกน้อย​
  • ปรึกษาพูดคุยกับทีมพยาบาล ผู้เชี่ยวชาญ ฟรี 24 ชม.​
  • สาระน่ารู้ และสิทธิประโยชน์ ส่งตรงผ่านไลน์

สมัครคลับแม่หมี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง