Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X
พัฒนาการเด็ก 4 เดือน

พัฒนาการเด็ก 3 เดือน สำรวจความเปลี่ยนแปลง พร้อมเคล็ดลับเสริมพัฒนาการ

 

พัฒนาการเด็ก 3 เดือน นอกจากลูกจะยิ้มเก่งขึ้นแล้ว มีอะไรบ้างนะที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ พร้อมวิธีกระตุ้นพัฒนาการเด็ก 3 เดือน ทำง่าย เสริมพัฒนาการลูกได้เองที่บ้าน

วันพฤหัส, เมษายน 1st, 2021

mom touching baby

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะเริ่มเห็นพัฒนาการของลูกวัย 3 เดือนที่ชัดเจนที่สุดคือ ลูกจะเริ่มยิ้มเก่งขึ้น สามารถแสดงอารมณ์ออกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเวลาอารมณ์ดี ก็จะยิ้มแย้ม อารมณ์โกรธ หงุดหงิด ก็จะร้องไห้ ยิ่งไปกว่านั้น เด็ก 3 เดือนจะช่างคุยมากขึ้น สามารถส่งเสียงอ้อแอ้ได้หลากหลาย คล้ายคุยโต้ตอบกับคุณพ่อคุณแม่ ชอบยิ้ม และหัวเราะกับคนที่มาเล่นด้วย เชื่อเถอะว่า คุณพ่อคุณแม่ต้องหลงรักเจ้าตัวเล็ก จนต้องถ่ายรูปตอนยิ้มแย้มไว้เต็มโทรศัพท์แน่นอน เรามาดูกันดีกว่าว่า ในเดือนนี้มีพัฒนาการอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

พัฒนาการเด็ก 3 เดือน ด้านร่างกาย

ข้อมูลจากสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้บอกไว้ว่า
• เด็กผู้ชายจะมีน้ำหนักตัวและส่วนสูงโดยเฉลี่ยตามเกณฑ์อยู่ที่ 5 – 6.5 กิโลกรัม ส่วนสูง 56 – 62 เซนติเมตร
• เด็กผู้หญิงจะมีน้ำหนักตัวและส่วนสูงโดยเฉลี่ยตามเกณฑ์อยู่ที่ 4.5 – 6 กิโลกรัม ส่วนสูง 55 – 62 เซนติเมตร ในช่วงนี้ลูกจะเริ่มส่งเสียงได้หลากหลาย และยิ้มเล่นมากขึ้น สามารถหันซ้ายหันขวา ตามเสียงหรือสิ่งของที่สนใจได้ และจำเสียงคุณพ่อคุณแม่ได้แล้ว ชอบให้คนเล่นด้วย และยังคงชอบอมนิ้ว หรืออมมือ สามารถนอนใช้แขนยัน ยกคอ 45-90 องศา ศีรษะตกเล็กน้อย ชอบเอื้อมมือคว้า แต่ไม่จับ

พัฒนาการเด็ก 3 เดือน ด้านสติปัญญา

ลูกจะเริ่มยิ้มทักคุณพ่อคุณแม่ ส่งเสียงอ้อแอ้ หรือ อู อา พยายามพูดสื่อสารกับผู้ปกครอง
ชอบมองหน้าคน คุณพ่อคุณแม่สามารถเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาให้ลูกวัย 3 เดือนด้วยการอุ้มลูกพูดคุยขณะเปลี่ยนผ้าอ้อม มองหน้าสบตา ร้องเพลงกล่อมลูกด้วยน้ำเสียงสูงๆ ต่ำๆ โทนเสียงที่นุ่มนวลลูกจะเพลิดเพลิน ประกอบการเล่น เช่น การเล่นปูไต่ จะเป็นการกระตุ้นประสาทสัมผัสทางผิวหนังได้ หรือถ้าลูกเห็นของเล่นสีสันสดใส หรือได้ยินเสียงของเล่น ก็จะมีการมองตาม เป็นต้น

พัฒนาการเด็ก 3 เดือน ด้านอารมณ์ และจิตใจ

ทารกวัย 3 เดือน จะเริ่มแสดงอารมณ์มากขึ้นกว่าช่วง 1-2 เดือนแรก เช่น ยิ้มหรือส่งเสียงทักคนคุ้นเคย
ชอบเล่น ชอบพูดคุย และจะกระวนกระวายขมวดคิ้วไม่พอใจ เมื่อถูกทิ้งให้เล่นคนเดียว หรือเสียงดัง

พัฒนาการเด็ก 3 เดือน ด้านโภชนาการ

แนะนำคุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกในช่วงวัย 3 เดือน ได้กินนมแม่เพียงอย่างเดียว เพราะในนมแม่มีสารอาหารทุกชนิดที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก 3 เดือน อย่างครบถ้วน สารอาหารสำคัญหลักๆ ที่พบในนมแม่ ได้แก่ ดีเอชเอ (DHA), เออาร์เอ (ARA) โอเมก้า3 ธาตุเหล็ก เป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง แคลเซียม และฟอสฟอรัส มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง มีจุลินทรีย์สุขภาพในสัดส่วนที่เหมาะสม และวิตามินอื่นๆ รวมไปถึงยังมีสารแอนตี้บอดี้เสริมภูมิคุ้มกัน ให้ลูกแข็งแรง

จากคู่มือสำหรับพ่อแม่ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการดูแลและพัฒนาเด็ก วัยเด็กเล็ก 0-3 ปี สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ได้แนะนำไว้ว่า ใน 3 เดือนแรก การตื่นมากินนมของลูกในช่วงกลางวันกับกลางคืนแทบจะไม่แตกต่างกัน จึงควรระวังไม่ป้อนนมถี่เกินไป ควรมีช่วงห่างระหว่างมื้อนมประมาณ 2½ -3 ชั่วโมง เนื่องจากธรรมชาติของเด็กวัยนี้ นอกจากใช้การดูดเพื่อการกินนมแล้ว ยังใช้การดูดเพื่อการผ่อนคลายตนเองอีกด้วย ดังนั้นแม้ว่าลูกจะอิ่มแล้ว แต่เมื่อแม่เอานมเข้าปาก ลูกก็จะดูดนมได้อีกจนอาเจียนออกมา ฉะนั้นเมื่อดูดนมอิ่มแล้ว ควรอุ้มลูกไล่ลมทุกครั้งโดยให้ศีรษะสูงกว่ากระเพาะ อาจใช้เวลานานถึง 10-15นาที ในแต่ละครั้งก่อนที่จะปล่อยลูกนอนต่อ ภายใน 1 ชั่วโมงหลังดูดนมเสร็จไม่ควรให้ลูกนอนคว่ำ เพราะกระเพาะอาหารที่มีนมเต็มอยู่นั้นอาจจะรบกวนการหายใจของลูกได้ ถ้าลูกสามารถหลับยาวหลังมื้อนมในช่วงกลางคืนก็ไม่จำเป็นต้องปลุกลูกขึ้นมากินนม เมื่อลูกหลับเต็มที่และหลับยาว ร่างกายของลูกจะหลั่งฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโต ทำให้เจริญเติบโตได้ดี หากคุณแม่ไม่สามารถให้นมลูกเองได้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่องอาหารทดแทนนมแม่ที่เหมาะสมตามช่วงวัยของลูกนะคะ

mom playing with baby

เคล็ดลับส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 3 เดือน

คำแนะนำในการกระตุ้นพัฒนาการเด็ก 3 เดือน คู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็กแรกเกิด – 5 ปี สำหรับผู้ปกครอง กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำไว้ ดังนี้

วิธีส่งเสริมกล้ามเนื้อ และการเคลื่อนไหว

คุณพ่อคุณแม่ควรยื่นหน้าเข้าไปพูดคุยกับลูก ยื่นของเล่น หรือแขวนโมบายในระยะที่ลูกจะเอื้อมมือไปถึง

วิธีส่งเสริมการเรียนรู้ และให้ลูกอารมณ์ดี

คุณพ่อคุณแม่จัดให้ลูกอยู่ในท่านอนหงาย ให้ลูกสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ และถือของเล่นห่างจากหน้าลูกประมาณ 30 เซนติเมตร (1 ไม้บรรทัด) เขย่าหรือแกว่งของเล่นเพื่อกระตุ้นให้ลูกสนใจจ้องมอง จากนั้นเคลื่อนของเล่นไปทางด้านซ้าย และขวา หากลูกไม่มองตาม ให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยประคองหน้าลูกเพื่อให้ลูกหันมามองตาม หรือพูดคุยกับลูก สัมผัสจุดต่างๆ ของร่างกายลูก เช่น ใช้นิ้วมือสัมผัสเบาๆ ที่ฝ่าเท้า ท้อง เอว หรือใช้จมูกสัมผัสหน้าผาก แก้ม จมูก ปาก และท้องลูก โดยการสัมผัสแต่ละครั้ง ควรมีจังหวะหนักเบาแตกต่างกันไป

อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าเด็กวัย 3 เดือน จะเริ่มมีพัฒนาการด้านอารมณ์ที่จัดเจนมากขึ้น ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรพูดกระตุ้นให้ลูกทำตาม เช่น ‘ยิ้มให้แม่หน่อยซิลูก’ หรือ ‘ยิ้มให้...ซิลูก’ ก็จะเป็นการกระตุ้นพัฒนาการด้านอารมณ์และสังคมให้ลูกได้อีกทางหนึ่ง

อ้างอิง
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข, คู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็กเเรกเกิด - 5 ปี สำหรับผู้ปกครอง, 9 มีนาคม 2564, เข้าถึงได้จาก https://www.thaichilddevelopment.com/images/doc/Ebook1.pdf
สำนักโภชนาการ กรมอนามัย, รู้เท่าทันน้ำหนัก-ส่วนสูง แนวทางการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ จากโครงการพัฒนาเเหล่งน้ำ : ด้านโภชนาการ, 9 มีนาคม 2564, เข้าถึงได้จาก http://nutrition.anamai.moph.go.th/images/files/AW-WeightHeight.PDF
ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย, คู่มือสำหรับพ่อเเม่เพื่อเผยเเพร่ความรู้ด้านการดูแลและพัฒนาเด็ก ตอน วัยเด็กเล็ก 0-3 ปี, 9 มีนาคม 2564, เข้าถึงได้จาก http://www.thaipediatrics.org/Media/media-20171010123052.pdf
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, คู่มือนักส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย หลักสูตรเร่งรัดประจำโรงพยาบาล, 9 มีนาคม 2564, เข้าถึงได้จาก http://203.157.64.3/multim/media/09680.pdf

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับแม่หมี

คลับที่รวบรวม ข้อมูลโภชนาการ พัฒนาการ การดูแลลูกน้อย ตลอด 1,000 วันแรก

  • ข้อมูลโภชนาการ mommy bear clubรับข้อมูลโภชนาการ พัฒนาการ การดูแลลูกน้อย​
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ mommy bear clubปรึกษาพูดคุยกับทีมพยาบาล ผู้เชี่ยวชาญ ฟรี 24 ชม.​
  • สิทธิประโยชน์ mommy bear club สาระน่ารู้ และสิทธิประโยชน์ ส่งตรงผ่านไลน์

สมัครคลับแม่หมี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง